ในโลกธุรกิจที่ข้อมูลเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กร การสูญเสียข้อมูลสำคัญเพียงครั้งเดียวอาจสร้างผลกระทบมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า เอกสารทางธุรกิจ ฐานข้อมูล หรือระบบที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน
ลองจินตนาการว่าเช้าวันหนึ่ง พนักงานเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มทำงานตามปกติ แต่กลับพบว่าไฟล์ทั้งหมดถูกเข้ารหัส ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ระบบงานสำคัญหยุดทำงาน และมีข้อความเรียกค่าไถ่ปรากฏบนหน้าจอ
สถานการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้จากการโจมตีด้วย Ransomware หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อมูลสูญหายโดยไม่คาดคิด
แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าการถูกโจมตี คือการพบว่าองค์กรไม่มีข้อมูลสำรองที่พร้อมใช้งาน หรือไม่สามารถกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้ทันเวลา
เพราะฝันร้ายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การสูญเสียข้อมูล แต่คือการสูญเสียข้อมูลโดยไม่มีทางกู้คืนกลับมาได้
ภัยคุกคามทางไซเบอร์และเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อมูลเสียหายสามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะ 3 ความเสี่ยงสำคัญต่อไปนี้
Ransomware เป็นมัลแวร์ที่สามารถเข้ารหัสไฟล์หรือระบบขององค์กร ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามปกติ ผู้โจมตีอาจเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับเครื่องมือถอดรหัส และในบางกรณีอาจขโมยข้อมูลออกไปเพื่อใช้ข่มขู่หรือเรียกค่าไถ่เพิ่มเติม
สิ่งที่ทำให้การโจมตีรุนแรงขึ้น คือผู้โจมตีอาจพยายามเข้าถึงระบบ Backup เพื่อลบหรือทำลายข้อมูลสำรองก่อนเริ่มโจมตีระบบหลัก
หากองค์กรไม่มี Backup ที่แยกออกจากระบบหลักและมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม การกู้คืนข้อมูลอาจกลายเป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน
การสูญเสียข้อมูลไม่ได้เกิดจาก Cyber Attack เท่านั้น แต่อาจเกิดจากความผิดพลาดของผู้ใช้งาน อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเสียหาย การลบไฟล์โดยไม่ตั้งใจ หรือความผิดปกติของระบบ
ข้อมูลที่สูญหายอาจรวมถึงฐานข้อมูลลูกค้า ประวัติการทำธุรกรรม เอกสารสำคัญ และข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน
หากไม่มีระบบสำรองข้อมูลที่เหมาะสม องค์กรอาจต้องเสียเวลาและทรัพยากรจำนวนมากในการพยายามกู้คืนข้อมูล หรืออาจสูญเสียข้อมูลบางส่วนไปอย่างถาวร
เมื่อระบบ IT หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่สามารถใช้งานได้ ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝ่าย IT แต่ยังส่งผลต่อทุกส่วนของธุรกิจ
ตัวอย่างเช่น พนักงานไม่สามารถทำงานได้ ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการ ระบบการขายหยุดทำงาน และกระบวนการทางธุรกิจต้องหยุดชะงัก
ยิ่งใช้เวลานานในการกู้คืนระบบ ความเสียหายทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของลูกค้าก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
Backup หรือ Data Backup คือกระบวนการสำรองข้อมูลจากระบบหลักไปยังพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอีกแห่งหนึ่ง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลกลับมาใช้งานได้เมื่อข้อมูลต้นฉบับสูญหาย ถูกลบ เสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
การทำ Backup อย่างเหมาะสมช่วยให้องค์กรมีข้อมูลสำรองสำหรับกู้คืน และลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การมี Backup เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะข้อมูลสำรองก็อาจถูกโจมตี ถูกลบ หรือไม่สามารถกู้คืนได้ตามที่คาดหวัง
องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับแนวทางต่อไปนี้
Regular Backup: สำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดความถี่ให้เหมาะสมกับความสำคัญของข้อมูล
Backup Isolation: แยกระบบสำรองข้อมูลออกจากระบบหลัก เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีพร้อมกัน
Immutable Backup: ใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ป้องกันการแก้ไขหรือลบข้อมูลสำรองภายในระยะเวลาที่กำหนด
Encryption: เข้ารหัสข้อมูลสำรองเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
Restore Testing: ทดสอบการกู้คืนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า Backup สามารถนำกลับมาใช้งานได้จริง
Backup และ Disaster Recovery เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้องค์กรรับมือกับเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อมูลหรือระบบเสียหาย แต่มีบทบาทแตกต่างกัน
Backup คือการสำรองข้อมูล เพื่อให้สามารถกู้คืนข้อมูลที่สูญหายหรือเสียหายได้
Disaster Recovery (DR) คือแผนและกระบวนการกู้คืนระบบ IT รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการสำคัญขององค์กรให้กลับมาใช้งานได้ หลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น Ransomware, Hardware Failure หรือภัยธรรมชาติ
ทั้งสองส่วนควรทำงานร่วมกัน เพราะการมีข้อมูลสำรองไม่ได้หมายความว่าระบบธุรกิจจะกลับมาใช้งานได้ทันที องค์กรจำเป็นต้องมีแผนกู้คืนระบบที่ชัดเจนและผ่านการทดสอบด้วย
การวางแผน Backup & Disaster Recovery ควรพิจารณาเป้าหมายการกู้คืน 2 ด้าน ได้แก่
RPO (Recovery Point Objective): ระยะเวลาของข้อมูลย้อนหลังสูงสุดที่องค์กรยอมรับการสูญเสียได้ เช่น RPO 4 ชั่วโมง หมายถึงองค์กรยอมรับการสูญเสียข้อมูลย้อนหลังได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง
RTO (Recovery Time Objective): ระยะเวลาสูงสุดที่องค์กรกำหนดให้ระบบต้องกลับมาใช้งานได้ เช่น RTO 4 ชั่วโมง หมายถึงต้องกู้คืนระบบให้กลับมาใช้งานได้ภายใน 4 ชั่วโมง
การกำหนด RPO และ RTO ให้เหมาะสมกับความสำคัญของแต่ละระบบ ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนสำรองและกู้คืนข้อมูลได้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ
เพื่อให้การสำรองข้อมูลมีประสิทธิภาพและช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด องค์กรควรเตรียมความพร้อมดังนี้
1. จัดทำ Backup Strategy ที่ชัดเจน
กำหนดข้อมูลและระบบที่ต้องสำรอง ความถี่ในการสำรองข้อมูล และระยะเวลาการจัดเก็บให้เหมาะสมกับความสำคัญของธุรกิจ
2. ใช้หลัก 3-2-1 Backup Strategy
จัดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 3 ชุด บนสื่อหรือระบบที่แตกต่างกันอย่างน้อย 2 ประเภท และมีข้อมูลสำรองอย่างน้อย 1 ชุดอยู่นอกสถานที่ (Offsite) เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลพร้อมกัน
3. ป้องกันระบบ Backup จาก Cyber Attack
แยกสิทธิ์การเข้าถึงระบบ Backup ออกจากระบบหลัก ใช้ Immutable หรือ Offline Backup ตามความเหมาะสม และป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีสามารถลบหรือแก้ไขข้อมูลสำรองได้ง่าย
4. กำหนดแผน Disaster Recovery
ระบุระบบสำคัญที่ต้องกู้คืน ลำดับความสำคัญ ขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงกำหนด RPO และ RTO ให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ
5. ทดสอบการกู้คืนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
ตรวจสอบว่า Backup สามารถ Restore ได้จริง และทดสอบแผน Disaster Recovery เพื่อค้นหาจุดที่ต้องปรับปรุงก่อนเกิดเหตุการณ์จริง
การปกป้องข้อมูลไม่ควรเริ่มต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Cybersecurity ที่องค์กรวางแผนไว้ล่วงหน้า
BigFish ให้บริการ Cybersecurity Solutions และ Data Protection Services เพื่อช่วยองค์กรเสริมความปลอดภัยของข้อมูล ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคาม และเตรียมความพร้อมในการกู้คืนระบบเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
บริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
Essential Cloud Backup
บริการสำรองข้อมูลบน Cloud เพื่อช่วยเพิ่มความพร้อมในการจัดเก็บและกู้คืนข้อมูลสำคัญขององค์กร
Ultimate Data Protection
โซลูชันด้านการปกป้องข้อมูล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญหายและเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลสำคัญของธุรกิจ
BCP as a Service
บริการสนับสนุนการวางแผน Business Continuity และเตรียมความพร้อมด้าน Backup & Recovery โดยคำนึงถึง RPO, RTO การทดสอบแผน และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
การมีระบบสำรองข้อมูลที่เหมาะสมและแผนกู้คืนระบบที่พร้อมใช้งาน จะช่วยให้องค์กรรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างเป็นระบบ และลดโอกาสที่เหตุการณ์ Data Loss จะกลายเป็นวิกฤตทางธุรกิจ
ในวันที่ทุกอย่างทำงานได้ตามปกติ Backup อาจดูเหมือนเป็นเพียงงานเบื้องหลังที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ แต่เมื่อเกิด Ransomware, Data Loss หรือ System Downtime ขึ้นมา ข้อมูลสำรองและแผนกู้คืนระบบอาจกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยให้ธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้อีกครั้ง
เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า Cyber Attack หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้นได้
BACKUP TODAY. RECOVER TOMORROW.
เพราะแผนสำรองข้อมูลที่ดี ย่อมดีกว่าฝันร้ายที่ไม่อาจย้อนกลับได้
BIGFISH | Your Trusted Cybersecurity Partner
เว็บไซต์: https://www.bigfish.co.th/
ติดต่อ: 02-962-1400 | [email protected]