ALL

Phishing vs Spear Phishing vs Whaling คืออะไร? ต่างกันอย่างไร และองค์กรควรป้องกันอย่างไร
Phishing vs Spear Phishing vs Whaling คืออะไร? ต่างกันอย่างไร และองค์กรควรป้องกันอย่างไร การโจมตีแบบ Phishing, Spear Phishing และ Whaling เป็นรูปแบบของ Social Engineering ที่แฮกเกอร์ใช้หลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลสำคัญ คลิกลิงก์อันตราย ดาวน์โหลดมัลแวร์ หรือโอนเงินโดยไม่รู้ตัว ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งใน Cyber Attack ที่พบบ่อยที่สุดในองค์กร ความแตกต่างหลักของทั้ง 3 แบบ คือ ระดับการเจาะจงเป้าหมาย และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น   Phishing คืออะไร Phishing คือการโจมตีแบบหว่านแห ส่งข้อความหลอกลวงไปยังคนจำนวนมาก หวังให้มีบางคนหลงเชื่อ แฮกเกอร์มักปลอมเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคาร Microsoft บริษัทขนส่ง หรือ IT Support ลักษณะของ Phishing ส่งอีเมลจำนวนมาก (Mass email) ปลอมเป็นองค์กรที่เชื่อถือได้ ใช้ข้อความเร่งด่วนให้รีบคลิก ลิงก์ไปหน้า Login ปลอม หลอกให้กรอกรหัสผ่านหรือข้อมูลบัตร ตัวอย่าง Phishing “Your password has expired. Click here to reset.” “คุณมีพัสดุตกค้าง กรุณาชำระค่าจัดส่ง” “บัญชีของคุณกำลังจะถูกระงับ กรุณายืนยันข้อมูล” เป้าหมาย: คนทั่วไป ความเฉพาะเจาะจง: ต่ำ ความเสี่ยง: ปานกลาง   Spear Phishing คืออะไร Spear Phishing คือ Phishing แบบเจาะจงเป้าหมาย แฮกเกอร์จะหาข้อมูลของเหยื่อก่อนโจมตี ทำให้ข้อความดูสมจริงมาก มักปลอมเป็นหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือ Vendor ลักษณะของ Spear Phishing ใช้ชื่อจริง ตำแหน่งจริง อ้างถึงงานหรือโปรเจกต์จริง ปลอมเป็นหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน เนื้อหาดูสมจริงมาก มักแนบไฟล์มัลแวร์ ตัวอย่าง Spear Phishing “สวัสดีสมชาย ช่วยตรวจ invoice ลูกค้า ABC” “IT กำลังอัปเกรด VPN กรุณา login ใหม่” “ส่งรายงานการเงินล่าสุดให้ผมหน่อย” เป้าหมาย: บุคคล / แผนก ความเฉพาะเจาะจง: สูง ความเสี่ยง: สูง   Whaling คืออะไร Whaling คือ Spear Phishing ที่โจมตี ผู้บริหารระดับสูง หรือบุคคลสำคัญในองค์กร เพื่อให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก มักใช้ในรูป...
แฮกเกอร์ใช้ Microsoft Teams ปล่อย Snow Malware โจมตีองค์กรผ่าน IT ปลอม
แฮกเกอร์ใช้ Microsoft Teams ปล่อย Snow Malware โจมตีองค์กรผ่าน IT ปลอม นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบกลุ่มผู้โจมตีใช้ Microsoft Teams เป็นช่องทางหลอกพนักงานองค์กร โดยแอบอ้างเป็น IT Helpdesk และส่งไฟล์ “patch” ปลอม ซึ่งแท้จริงคือมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Snow ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยึดระบบองค์กรและขโมยข้อมูลสำคัญ การโจมตีรูปแบบนี้อาศัย Social Engineering แทนการใช้ช่องโหว่ระบบ ทำให้ตรวจจับได้ยากและมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า phishing แบบเดิม   วิธีการโจมตี Snow Malware ขั้นตอนการโจมตีมีลักษณะดังนี้ แฮกเกอร์แอบอ้างเป็น IT Support ติดต่อพนักงานผ่าน Microsoft Teams แจ้งว่าระบบมีปัญหา หรือจำเป็นต้องติดตั้ง patch ส่งไฟล์หรือ link ผ่าน chat ผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้ง Snow malware ถูกติดตั้งและเริ่มควบคุมเครื่อง หลังติดตั้งแล้ว ผู้โจมตีจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กรและดำเนินการโจมตีต่อได้ทันที   Snow Malware คืออะไร Snow เป็นมัลแวร์แบบ modular toolkit ที่ออกแบบมาสำหรับโจมตีองค์กรโดยเฉพาะ โดยมีความสามารถ เช่น Remote backdoor ควบคุมเครื่องจากระยะไกล ขโมย credentials และ session ติดตั้ง browser extension อันตราย สร้าง tunnel หลบ firewall เคลื่อนที่ในเครือข่าย (lateral movement) ขโมยข้อมูลองค์กร (data exfiltration) เป้าหมายหลักคือการเข้าควบคุมระบบในระยะยาวก่อนทำการโจมตีขั้นต่อไป   ทำไม Microsoft Teams ถูกใช้โจมตีมากขึ้น การโจมตีผ่าน Teams เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะ ผู้ใช้เชื่อถือข้อความภายในองค์กร ไม่มี email security gateway ตรวจสอบ สามารถส่งไฟล์ได้โดยตรง แยกยากระหว่าง IT จริงกับปลอม รองรับ external communication ทำให้ attackers ใช้เป็นช่องทาง Social Engineering ได้อย่างมีประสิทธิภาพ   องค์กรที่ตกเป็นเป้าหมาย การโจมตีมักมุ่งเป้าไปที่ องค์กรขนาดใหญ่ Microsoft 365 environment ฝ่าย IT และ Finance ผู้บริหาร พนักงานทั่วไป โดยเริ่มจากผู้ใช้เพียงคนเดียว แล้วขยายไปทั้งเครือข่าย   วิธีป้องกัน Snow Malware สำ...
Burp Suite Professional vs Burp Suite DAST
Burp Suite Professional vs Burp Suite DAST เลือกแบบไหนให้เหมาะกับ AppSec ขององค์กรคุณ? Burp Suite Professional เหมาะสำหรับการทำ Penetration Testing แบบ Manual ตรวจลึก ทดสอบช่องโหว่เชิงเทคนิค และใช้งานโดย Pentester / Security Engineer Burp Suite DAST เหมาะสำหรับการสแกนช่องโหว่อัตโนมัติในระดับองค์กร รองรับ DevSecOps, CI/CD และสแกนหลายแอปพร้อมกันได้ เลือก Professional → สำหรับการทดสอบเชิงลึก เลือก DAST → สำหรับการสแกนต่อเนื่องทั้งองค์กร ใช้ร่วมกัน → ได้ Application Security ครบที่สุด     #BurpSuite #PortSwigger #DAST #AppSec #DevSecOps #Pentest #Cybersecurity #ApplicationSecurity #VulnerabilityScanning #WebSecurity  
QR Code Phishing (Quishing)
QR Code Phishing (Quishing) ภัยไซเบอร์ที่กำลังเพิ่มขึ้นในปี 2026 Quishing คืออะไร? การหลอกลวงด้วย QR Code เพื่อให้เหยื่อสแกนและเข้าเว็บไซต์ปลอม แทนที่จะส่งลิงก์โดยตรงเหมือน Phishing ปกติ แฮกเกอร์ใช้ QR Code เพื่อ: หลอกให้ล็อกอิน Microsoft / Google ปลอม หลอกกรอกข้อมูลบัญชีธนาคาร ดาวน์โหลด Malware ลงมือถือ หลอกจ่ายเงินปลอม (Fake Payment Page) พบได้บ่อยใน: อีเมลใบแจ้งหนี้ โปสเตอร์ / ป้ายโฆษณา เมนูร้านอาหารปลอม เอกสารบริษัท / HR กล่องพัสดุ / ใบแจ้งชำระเงิน วิธีป้องกัน: อย่าสแกน QR จากแหล่งไม่รู้จัก ตรวจสอบ URL ก่อนกรอกข้อมูล หลีกเลี่ยง QR ที่เร่งด่วนให้ล็อกอิน ใช้ Mobile Security / Endpoint Protection Remember: QR Code ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป มันอาจซ่อนลิงก์อันตรายไว้ข้างใน     #CyberSecurity #Quishing #QRPhishing #PhishingAttack #CyberAwareness #SecurityTips #DataSecurity #InfoSec #CyberThreats #2026Cybersecurity
Booking.com ถูกเจาะข้อมูล บังคับรีเซ็ต Reservation PIN – เสี่ยง Phishing ปลอมเป็นโรงแรม
Booking.com ถูกเจาะข้อมูล บังคับรีเซ็ต Reservation PIN – เสี่ยง Phishing ปลอมเป็นโรงแรม Booking.com ยืนยันเกิด Data Breach ทำให้ต้องรีเซ็ต Reservation PIN ของผู้ใช้งาน ข้อมูลการจองบางส่วนอาจถูกเข้าถึง เสี่ยง phishing ปลอมเป็นโรงแรม   รายงานล่าสุดจาก BleepingComputer ระบุว่าแพลตฟอร์มจองที่พักยอดนิยมอย่าง Booking.com ได้แจ้งเตือนเหตุการณ์ ข้อมูลการจองของผู้ใช้งานบางส่วนถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้บริษัทต้องดำเนินการ รีเซ็ต Reservation PIN เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เกิดอะไรขึ้นกับ Booking.com บริษัทตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติในระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการจองของลูกค้า โดยผู้โจมตีอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลบางส่วน เช่น ชื่อผู้จอง อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ รายละเอียดการจอง ข้อความติดต่อกับโรงแรม ข้อมูลที่ส่งผ่านระบบ Messaging อย่างไรก็ตาม Booking.com ระบุว่า ไม่มีข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลการชำระเงินรั่วไหล จากเหตุการณ์นี้   ทำไมต้องรีเซ็ต Reservation PIN Reservation PIN เป็นรหัสที่ใช้เข้าถึงรายละเอียดการจอง หากผู้ไม่หวังดีได้ข้อมูลนี้ อาจสามารถ: ดูรายละเอียดการเข้าพัก ปลอมตัวเป็นโรงแรม ส่งข้อความหลอกชำระเงิน หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพิ่ม ด้วยเหตุนี้ Booking.com จึงบังคับ รีเซ็ต PIN สำหรับการจองที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ความเสี่ยง: Phishing ปลอมเป็นโรงแรม ผู้โจมตีอาจใช้ข้อมูลจริงจากการจองเพื่อส่งข้อความหลอก เช่น “โรงแรมต้องการยืนยันการชำระเงิน” “การจองมีปัญหา กรุณากรอกข้อมูลใหม่” “คลิกเพื่อยืนยัน booking” เนื่องจากข้อมูลถูกต้อง ทำให้เหยื่อเชื่อได้ง่ายขึ้น   วิธีป้องกันตัวเอง ตรวจสอบข้อความจากโรงแรมให้ละเอียด ชำระเงินผ่าน Booking.com เท่านั้น หลีกเลี่ยงลิงก์จาก Email / WhatsApp ติดต่อโรงแรมโดยตรงหากไม่แน่ใจ ตรวจสอบการจองในแอปทางการ   เหตุการณ์ Data Breach ของ Booking.com ครั้งนี้ แม้ไม่มีข้อมูลการเงินรั่ว แต่ ข้อมูลการจองเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอสำหรับการโจมตี...
Burp Suite Professional
Burp Suite Professional Test smarter. Find vulnerabilities faster. Burp Suite Professional เครื่องมือ Pentesting ระดับมืออาชีพ สำหรับ Web & API Security Testing Web Security Testing Tool for Pentesters Why Burp Suite Professional? Discover hidden vulnerabilities Manual + Automated testing Intercept & modify HTTP traffic Advanced web vulnerability scanner Powerful reporting & collaboration Extensible with 300+ extensions Burp Suite Professional เป็นเครื่องมือทดสอบความปลอดภัย Web Application ที่ช่วยตรวจหาช่องโหว่ เช่น XSS, SQL Injection และอื่น ๆ พร้อม automation และเครื่องมือ manual สำหรับ pentester ใน workflow เดียวกัน   Core Features Proxy Intercept Traffic Automated Vulnerability Scanner Intruder (Fuzzing & Brute Force) Repeater (Manual Testing) API Security Testing Built-in Reporting BApp Extensions Marketplace   Use Cases Web Application Pentest API Security Testing Bug Bounty Hunting DevSecOps Testing Secure SDLC   Benefits Find vulnerabilities faster Combine manual + automated testing Improve pentesting workflow Professional reporting Industry-standard tool     #BurpSuite #BurpSuitePro #Pentest #Cybersecurity #WebSecurity #AppSec #BugBounty #DevSecOps #Pentester
Cybersecurity ช่วงสงกรานต์ — อย่าให้แฮกเกอร์ฉลองแทนคุณ
Cybersecurity ช่วงสงกรานต์ — อย่าให้แฮกเกอร์ฉลองแทนคุณ ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์…พนักงานหยุด ทีม IT หยุด แต่ Cyber Attack ไม่เคยหยุด แฮกเกอร์รู้ว่าองค์กรเฝ้าระวังน้อยลงจึงเป็นช่วงที่การโจมตีพุ่งสูงที่สุด Phishing Email ปลอม HR Fake VPN Login Ransomware ยิงช่วงวันหยุด Account takeover จากรหัสผ่านเดิม กลับมาทำงานอีกที…อาจไม่ใช่แค่เปียกน้ำ แต่ เปียกทั้งระบบ ก่อนหยุดยาว อย่าลืม: เปิด MFA ทุกระบบ Backup ข้อมูลสำคัญ Monitor VPN / Remote access แจ้งพนักงานระวัง Phishing ตั้ง Alert ความผิดปกติ สงกรานต์นี้ สาดน้ำได้แต่อย่าให้ข้อมูลรั่ว   #BigFish #Cybersecurity #Songkran2026 #CyberSecurityAwareness #DataProtection #Ransomware #PhishingAttack #CyberAttack #InformationSecurity #MFA #CyberRisk #SecurityAwareness #ThailandCybersecurity
ก่อนหยุดยาว ทีมคุณพร้อมหรือยัง? แฮกเกอร์ไม่หยุดตามวันหยุด — แต่คุณป้องกันได้
เช็ค 5 อย่างนี้ก่อนออกจากออฟฟิศ เพื่อให้ธุรกิจคุณปลอดภัยตลอดวันหยุดยาว Backup tested MFA enabled Patch updated Monitoring active Incident contact ready #CyberSecurity #CyberSecurityChecklist #HolidaySecurity #SecurityAwareness #RansomwareProtection #PhishingAttack #DataProtection #BusinessSecurity #ITSecurity #SOC #MFA #Backup #PatchManagement #ThreatMonitoring #IncidentResponse
CrystalRAT: มัลแวร์ยุคใหม่ ที่ไม่ได้แค่ขโมยข้อมูล แต่ “ควบคุม + ปั่นป่วน” ทั้งองค์กร
CrystalRAT: มัลแวร์ยุคใหม่ ที่ไม่ได้แค่ขโมยข้อมูล แต่ “ควบคุม + ปั่นป่วน” ทั้งองค์กร   CrystalRAT คืออะไร? มัลแวร์ RAT + Stealer + Prankware ที่องค์กรต้องระวังในปี 2026 รู้จัก CrystalRAT มัลแวร์ที่รวม Remote Access, Data Theft และ Prankware ในตัวเดียว พร้อมแนวทางป้องกันสำหรับองค์กรยุคใหม่   ภัยคุกคามไซเบอร์กำลังเปลี่ยนไป ในอดีต มัลแวร์อาจมีเป้าหมายเพียง “ขโมยข้อมูล” หรือ “เข้าควบคุมระบบ” แต่วันนี้…ภัยคุกคามได้พัฒนาไปไกลกว่านั้น CrystalRAT คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของมัลแวร์ยุคใหม่ ที่รวมทุกความสามารถไว้ในเครื่องมือเดียว ไม่ใช่แค่โจมตี — แต่ยัง “สร้างความวุ่นวาย” เพื่อให้การโจมตีมีประสิทธิภาพมากขึ้น   CrystalRAT คืออะไร? CrystalRAT (หรือ CrystalX RAT) คือมัลแวร์ประเภท All-in-One ที่ทำงานภายใต้โมเดล Malware-as-a-Service (MaaS) หมายความว่า: แม้ไม่มีทักษะด้านเทคนิคสูง ก็สามารถ “ซื้อ + ใช้งาน” เพื่อโจมตีองค์กรได้ Cybercrime กำลังกลายเป็นเรื่อง “เข้าถึงง่าย” มากขึ้นกว่าที่เคย   ความสามารถหลักของ CrystalRAT ควบคุมเครื่องจากระยะไกล (RAT) ควบคุมคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้เต็มรูปแบบ เปิดดูหน้าจอ กล้อง และไมโครโฟน สั่งงานระบบได้แบบเรียลไทม์ > เทียบเท่ากับการที่แฮกเกอร์ “นั่งอยู่ในองค์กรของคุณ”   ขโมยข้อมูล (Data Stealer) ดึงรหัสผ่านจาก Browser ขโมยบัญชี Discord, Telegram, Steam Hijack กระเป๋า Cryptocurrency นำไปสู่: การเงินเสียหาย บัญชีถูกยึด ข้อมูลสำคัญรั่วไหล   สอดแนม (Keylogger & Spyware) บันทึกทุกการพิมพ์ ตรวจจับ Clipboard เฝ้าดูพฤติกรรมผู้ใช้งาน > ทำให้ข้อมูลสำคัญ “รั่วไหลโดยที่ไม่รู้ตัว”   Prankware: ความปั่นป่วนที่ไม่ตลก จุดเด่นของ CrystalRAT คือฟีเจอร์ “ก่อกวน” เช่น: หมุนหน้าจอ ปิดการใช้งานเมาส์/คีย์บอร์ด แสดง Popup ปลอม ซ่อนไอคอน /...
“This is NOT a joke.”
“This is NOT a joke.” April Fool’s Day = เรื่องโกหก แต่ Cyber Attack = เรื่องจริง Fake email Fake login page Fake IT support ทุกอย่าง “ดูเหมือนมุก” แต่ผลลัพธ์คือ... เสียเงินจริง เสียข้อมูลจริง ธุรกิจเสียหายจริง อย่าให้ “เรื่องหลอก” กลายเป็น “เหตุการณ์จริง” Think before you click.   #BigFish #Cybersecurity #AprilFoolsDay #PhishingAttack #CyberAwareness #DataBreach #ThinkBeforeYouClick #InformationSecurity #CyberThreat #BigFishCyber #SecurityAwareness
Phishing 2.0: เมื่อการโจมตีทางไซเบอร์ “ฉลาดกว่า เร็วกว่า และมองไม่เห็น”
Phishing 2.0: เมื่อการโจมตีทางไซเบอร์ “ฉลาดกว่า เร็วกว่า และมองไม่เห็น” ในอดีต “Phishing” มักถูกมองว่าเป็นอีเมลหลอกง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยคำผิด หรือข้อความน่าสงสัย แต่ในปี 2026 ภัยคุกคามนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้น Phishing 2.0 คือการโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้แฮกเกอร์สามารถสร้างอีเมลที่แนบเนียนจนแทบแยกไม่ออกจากของจริง และความจริงที่น่ากังวลคือ กว่า 90% ของการโจมตีทางไซเบอร์ยังเริ่มต้นจาก Phishing   Phishing 2.0 คืออะไร? Phishing 2.0 คือรูปแบบการโจมตีที่ใช้เทคโนโลยี เช่น AI และ Automation เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของการหลอกลวง ความแตกต่างจาก Phishing แบบเดิม Phishing แบบเดิม    Phishing 2.0 > มีคำผิด สังเกตง่าย    > เขียนเหมือนมนุษย์ 100% > ยิงแบบสุ่ม (Mass)    > เจาะจงเป้าหมาย (Targeted) > ใช้ template เดิม    > ปรับเนื้อหาตามเหยื่อ > ตรวจจับได้ง่าย    > หลบ detection ได้ดี   ทำไม Phishing 2.0 ถึงอันตรายมากขึ้น? AI ทำให้ “หลอกได้เนียนขึ้น” แฮกเกอร์สามารถใช้ AI สร้างอีเมลที่มี: โทนภาษาเหมือนองค์กรจริง ใช้ชื่อ/ตำแหน่งจริง ไม่มีคำผิดให้จับสังเกต   Spear Phishing: ยิงตรงเป้า ข้อมูลจาก: LinkedIn Social Media Website บริษัท ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างอีเมลที่ “ดูเหมือนมาจาก CEO / Partner จริง”   Attack เร็วขึ้นแบบ Machine Speed Phishing campaign สามารถ: สร้างและส่งได้ในไม่กี่นาที ยิงพร้อมกันหลายพันเป้าหมาย   Human Error = จุดอ่อนที่สุด แม้องค์กรจะมีระบบความปลอดภัยดีแค่ไหน แต่ “คน” ยังเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด แค่คลิกเดียว อาจนำไปสู่: Data Breach Ransomware Credential Theft   ตัวอย่างสถานการณ์จริง อีเมลปลอมจาก “ผู้บริหาร” ขอให้โอนเงินด่วน อีเมลแจ้ง ...
องค์กรคุณอาจโดน Data Breach อยู่…โดยที่ยังไม่รู้ตัว
องค์กรคุณอาจโดน Data Breach อยู่…โดยที่ยังไม่รู้ตัว ทุกวันนี้ “ภัยไซเบอร์” ไม่ได้เริ่มจากระบบที่ซับซ้อน แต่มักเริ่มจากสิ่งที่ดูธรรมดาที่สุด — อีเมลปลอม พนักงานคลิก แฮกเกอร์เข้าถึงระบบ ข้อมูลสำคัญถูกดึงออกไป…แบบเงียบ ๆ และที่น่ากังวลคือ หลายองค์กรใช้เวลา “เป็นเดือน หรือเป็นปี” กว่าจะรู้ตัว   90% ของ Data Breach เริ่มจาก Phishing แค่ “คลิกเดียว” ก็อาจทำให้ทั้งองค์กรตกอยู่ในความเสี่ยง   ผลกระทบไม่ได้จบแค่ข้อมูลหลุด แต่รวมถึง: ความเชื่อมั่นของลูกค้า รายได้ของธุรกิจ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย (PDPA)   คำถามคือ…คุณตรวจสอบระบบล่าสุดเมื่อไหร่? หรือกำลัง “รอให้เกิดเหตุ” แล้วค่อยแก้?   ถึงเวลาต้องมอง Cybersecurity ให้มากกว่าแค่ IT แต่เป็น “ความอยู่รอดของธุรกิจ” ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกัน Data Breach ก่อนจะสายเกินไป   #BigFish #Cybersecurity #DataBreach #InformationSecurity #ITSecurity #Phishing #Ransomware #PDPA #DataProtection #BusinessContinuity #CyberAwareness #VulnerabilityManagement #ThreatDetection #DigitalSecurity #BigFish #CyberDefense #SecuritySolutions #EnterpriseSecurity #ITCompliance #CyberRisk #CyberThreat
Mazda Data Breach: บทเรียนสำคัญด้าน Cybersecurity ที่องค์กรต้องไม่มองข้าม
Mazda Data Breach: บทเรียนสำคัญด้าน Cybersecurity ที่องค์กรต้องไม่มองข้าม ล่าสุด Mazda Motor Corporation ได้ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ Data Breach ที่ส่งผลให้ข้อมูลของพนักงานและพาร์ทเนอร์รั่วไหล กลายเป็นอีกหนึ่งเคสสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า “ช่องโหว่เล็ก ๆ ในระบบภายใน” สามารถกลายเป็นความเสี่ยงระดับองค์กรได้ทันที   สรุปเหตุการณ์ (Executive Summary) เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วง ธันวาคม 2025 แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ในระบบ Warehouse Management System มีข้อมูลรั่วไหลประมาณ 692 รายการ ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ - User ID - ชื่อ-นามสกุล - Email - Company / Partner Info ไม่มีข้อมูลลูกค้าได้รับผลกระทบ สาเหตุหลัก: ช่องโหว่ในระบบ (unpatched vulnerabilities) ถูกโจมตีเพื่อเข้าถึงข้อมูล   ความเสี่ยงที่ตามมา (Even if “No Damage Yet”) แม้ Mazda จะระบุว่ายังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด แต่ข้อมูลประเภทนี้สามารถนำไปใช้โจมตีได้ทันที เช่น: Spear Phishing (เจาะเป้าหมายเฉพาะ) Business Email Compromise (BEC) Spam / Social Engineering Mazda เองก็เตือนว่าผู้ได้รับผลกระทบต้องระวัง อีเมลหรือข้อความต้องสงสัย   ทำไมองค์กรใหญ่ยังโดน? เคสนี้สะท้อน Pain Point สำคัญของหลายองค์กร: ระบบภายใน (Internal System) = Blind Spot หลายองค์กรโฟกัสแต่ External Security แต่ระบบหลังบ้าน เช่น Warehouse / ERP กลับมีช่องโหว่ Patch Management ไม่ทัน ช่องโหว่ที่ไม่ได้อัปเดต = ประตูเปิดให้แฮกเกอร์ Lack of Continuous Monitoring หากไม่มีการตรวจจับแบบ Real-time การโจมตีอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเป็นเดือน   Cybersecurity Awareness สำหรับองค์กร สิ่งที่องค์กรควรเรียนรู้จากเคสนี้ อย่าคิดว่า “ข้อมูลไม่สำคัญ” แม้ไม่มีข้อมูลลูกค้า แต่ก็ยังถูกโจมตีได้ Email = Attack Vector อันดับ 1 ข้อมูลพนักงาน + email = จุดเริ่มต้นของ phishing Third-party / Partner Risk สูงมาก Supply Chain กลายเป็นช่องทางโจมตีหลัก   ว...
The Agentic Era is Here
The Agentic Era is Here เมื่อ AI ไม่ได้แค่ “ช่วยงาน” แต่กำลัง “ช่วยโจมตี” — องค์กรคุณพร้อมหรือยัง? ในปี 2026 โลก Cybersecurity กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า Agentic AI ไม่ใช่แค่ AI ที่ “ตอบคำถาม” แต่เป็น AI ที่สามารถ คิด วางแผน และลงมือทำได้เอง และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ… จากเดิมที่ Cyber Attack ต้องใช้ทีม วันนี้ “AI + คนเพียงคนเดียว” ก็สามารถสร้างการโจมตีระดับสูงได้ อ้างอิงจากรายงานล่าสุดของ Check Point Software Technologies ภัยคุกคามกำลังพัฒนาไปสู่ระดับที่เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และ “อัตโนมัติเต็มรูปแบบ”   AI กำลังเปลี่ยนเกม Cybersecurity อย่างไร Attack เร็วระดับ Machine Speed AI ทำให้ Hacker สามารถ: สร้าง Malware ได้ในไม่กี่นาที ทดสอบช่องโหว่แบบอัตโนมัติ ปรับกลยุทธ์ได้แบบ Real-time จากเดิมใช้เวลาเป็นเดือน → เหลือแค่ “ไม่กี่ชั่วโมง”   ใครก็เป็น Hacker ได้ เครื่องมือ AI ทำให้: ไม่ต้องมี skill ลึก ไม่ต้องมีทีมขนาดใหญ่ ส่งผลให้จำนวนผู้โจมตี “เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด”   Phishing ฉลาดขึ้นแบบ Personalized AI สามารถ: วิเคราะห์ข้อมูลเหยื่อ สร้างอีเมลหลอกที่ “เหมือนจริงมาก” ใช้ภาษาและบริบทตรงกับเป้าหมาย Traditional security เริ่มเอาไม่อยู่   Attack แบบอัตโนมัติ End-to-End Agentic AI สามารถทำทุกขั้นตอน: Scan ระบบ เจาะช่องโหว่ เคลื่อนที่ในระบบ (Lateral Movement) ขโมยข้อมูล โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุม   AI กลายเป็น Attack Surface ใหม่ องค์กรจำนวนมากเริ่มใช้: Chatbot AI tools Automation workflows แต่สิ่งที่มัก “มองข้าม” คือ: ไม่มี visibility ไม่มี policy ไม่มี control กลายเป็นช่องโหว่ใหม่โดยไม่รู้ตัว   ความเสี่ยงใหม่ที่องค์กรต้องระวัง Autonomous Malware มัลแวร์ที่ “ปรับตัวเองได้” และ “ตัดสินใจเองได้” AI-dri...
BigFish เป็น Gold Partner ของ Tenable ในประเทศไทย
BigFish ได้รับการแต่งตั้งเป็น Gold Partner ของ Tenable ในประเทศไทย ในยุคที่ภัยคุกคามไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีพาร์ทเนอร์ที่ “เชื่อถือได้” คือหัวใจสำคัญของการปกป้ององค์กร BigFish ภูมิใจที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น Tenable Gold Partner อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้าน Vulnerability Management และความสามารถในการส่งมอบโซลูชันระดับโลกให้กับองค์กรไทย   ทำไมต้อง BigFish + Tenable? เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกจาก Tenable ทีมผู้เชี่ยวชาญ Cybersecurity ประสบการณ์กว่า 20 ปี บริการครบวงจร ตั้งแต่ประเมิน > แก้ไข > ป้องกัน ช่วยให้องค์กรมองเห็น “ช่องโหว่” ก่อนที่จะถูกโจมตี   ยกระดับความปลอดภัยองค์กรของคุณวันนี้ อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ เริ่มต้นบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพกับ BigFish   #CyberSecurity #VulnerabilityManagement #Tenable #BigFish #CyberDefense #ITSecurity #RiskManagement #GoldPartner #CyberSecurityThailand #ITRiskManagement #TenableGoldPartner #ความปลอดภัยไซเบอร์ #การจัดการช่องโหว่ #ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ #BigFish #การป้องกันไซเบอร์ #ความปลอดภัยไอที #บริหารความเสี่ยง #TenableGoldPartnerThailand  
Tenable Vulnerability Management
Stop Guessing Your Risk. Start Managing It. องค์กรของคุณ “รู้จริง” หรือแค่ “คิดว่ารู้” ว่ามีช่องโหว่ตรงไหน? Tenable Vulnerability Management คือโซลูชันระดับโลกที่ช่วยให้องค์กร มองเห็น – จัดลำดับความเสี่ยง – และแก้ไขช่องโหว่ได้อย่างแม่นยำ   ปัญหาที่องค์กรส่วนใหญ่กำลังเจอ มองไม่เห็น asset ทั้งหมดในระบบ มี vulnerability เยอะ แต่ไม่รู้ควรแก้อันไหนก่อน ใช้เวลานานในการ remediation ไม่มี visibility ของ risk แบบ real-time   Tenable ช่วยคุณได้อย่างไร เห็นทุกอย่าง (Full Visibility) ค้นหา asset และช่องโหว่ทั้งหมดแบบ continuous scanning แม้จะเป็น cloud, remote workforce หรือ shadow IT   จัดลำดับความเสี่ยงอัตโนมัติ ไม่ใช่ทุก vulnerability ที่สำคัญเท่ากัน Tenable ใช้ Risk-Based Prioritization + Threat Intelligence ช่วยให้คุณ “โฟกัสสิ่งที่เสี่ยงจริง”   ปิดช่องโหว่ได้เร็วขึ้น แนะนำแนวทางแก้ไขแบบ best practice เชื่อมต่อ workflow / ticketing ได้ ลดเวลา MTTR อย่างมีนัยสำคัญ   Dashboard & Risk Visualization แบบ Real-time เห็นภาพรวมความเสี่ยงทั้งหมดในองค์กร ตั้งแต่ IT, Cloud, Web App ไปจนถึง Identity   รองรับเทคโนโลยีใหม่ (AI / Cloud / Modern IT) ตรวจจับความเสี่ยงจาก AI tools, LLM และระบบใหม่ ๆ ได้แบบ proactive   ทำไมองค์กรทั่วโลกเลือก Tenable Leader ด้าน Vulnerability Management ใช้งานบน Cloud (Scalable & Flexible) ครอบคลุม IT, Cloud, Container, OT มี API และ Integration พร้อมใช้งาน   เหมาะกับใคร? องค์กรที่ต้องการทำ Vulnerability Assessment แบบต่อเนื่อง ทีม Security ที่ต้องการ Prioritize Risk อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจที่ต้องการ ลดโอกาส Data Breach   #BigFish #CyberSecurity #VulnerabilityManagement #Tenable #RiskManagement #DataBreach #ITSecurity #CloudSecurity #ThreatManagement #CyberRisk #SecurityOperations
7 สัญญาณที่บอกว่าองค์กรของคุณกำลังเสี่ยงต่อ Data Breach
7 สัญญาณที่บอกว่าองค์กรของคุณกำลังเสี่ยงต่อ Data Breach ในยุคที่การโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นแทบทุกวัน หลายองค์กรเชื่อว่าตนเอง “ปลอดภัยพอแล้ว” แต่ความจริงคือ การถูกโจมตีมักเกิดจากช่องโหว่เล็ก ๆ ที่ถูกมองข้าม องค์กรจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าระบบของตนกำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยง จนกระทั่งเกิด Data Breach และสร้างความเสียหายทั้งด้านข้อมูล ชื่อเสียง และค่าใช้จ่ายมหาศาล ลองเช็กตัวเองผ่าน 7 สัญญาณเตือนสำคัญ ต่อไปนี้   ไม่มีการทำ Vulnerability Scanning อย่างสม่ำเสมอ หากองค์กรของคุณไม่ได้สแกนหาช่องโหว่ในระบบเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ หรือแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าอาจมี ช่องโหว่ที่ยังไม่ถูกค้นพบ อยู่ในระบบ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้โจมตีสามารถใช้เป็นทางเข้าได้ง่าย องค์กรที่ปลอดภัยควรมีการทำ Vulnerability Assessment เป็นประจำ เพื่อค้นหาและแก้ไขจุดอ่อนก่อนที่แฮกเกอร์จะพบ   ไม่มีการ Monitor Log และพฤติกรรมผิดปกติ หลายองค์กรมีระบบรักษาความปลอดภัย แต่ไม่มีใครคอยตรวจสอบ Log หรือพฤติกรรมที่ผิดปกติในระบบ สิ่งนี้ทำให้การโจมตีสามารถเกิดขึ้นได้ โดยไม่มีใครรู้ตัวเป็นเวลานาน ในหลายกรณี องค์กรเพิ่งรู้ว่าถูกโจมตีหลังจากผ่านไปหลายเดือน เมื่อข้อมูลถูกขโมยออกไปแล้ว   ไม่มี Incident Response Plan คำถามง่าย ๆ คือ ถ้าพรุ่งนี้องค์กรของคุณถูกโจมตี ใครคือคนที่ต้องทำอะไรบ้าง? หากไม่มีแผนรับมือเหตุการณ์ไซเบอร์ที่ชัดเจน การตอบสนองจะล่าช้า สับสน และทำให้ความเสียหายขยายตัวเร็วขึ้น องค์กรที่มีความพร้อมควรมี Incident Response Plan ที่กำหนดขั้นตอนการจัดการเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน     ระบบไม่ได้รับการอัปเดตหรือ Patch อย่างสม่ำเสมอ ช่องโหว่จำนวนมากเกิดจาก Software ที่ไม่ได้อัปเดต แฮกเกอร์มักใช้ช่องโหว่ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วในการโจมตี เพราะองค์กรจำนวนมากยังไม่ได้ทำ Patch หากระบบของคุณยังมี Software เวอร์ชันเก่า นั่นอาจเป็น “ประตูเปิด” ให้ผู้โจมตีเข้ามาได้ง่าย   ไม่มีการประเมินความเสี่ยงด้าน Cybersecurity หลายองค์กรลงทุนกับเคร...
Vulnerability Assessment vs Penetration Testing: ต่างกันอย่างไร และองค์กรควรทำอะไรบ้าง?
Vulnerability Assessment vs Penetration Testing: ต่างกันอย่างไร และองค์กรควรทำอะไรบ้าง? เมื่อพูดถึงการดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร หลายคนมักจะได้ยินคำว่า Vulnerability Assessment (VA) และ Penetration Testing (Pentest) อยู่บ่อย ๆ แม้ว่าทั้งสองอย่างจะเกี่ยวข้องกับการค้นหาช่องโหว่ในระบบ IT เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว วัตถุประสงค์และวิธีการทำงานแตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของตนเองได้   Vulnerability Assessment (VA) Vulnerability Assessment คือกระบวนการ สแกนและตรวจสอบระบบเพื่อค้นหาช่องโหว่ที่มีอยู่ในระบบ IT โดยทั่วไปจะใช้เครื่องมืออัตโนมัติในการตรวจสอบระบบจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อค้นหาปัญหาที่อาจถูกใช้ในการโจมตี การตรวจสอบมักครอบคลุม เช่น Server – ตรวจสอบ OS, Software version และ Patch ที่ยังไม่ได้อัปเดต Network – วิเคราะห์พอร์ตที่เปิดใช้งาน การตั้งค่า Firewall และโครงสร้างเครือข่าย Application – ตรวจสอบช่องโหว่ของ Web Application หรือระบบภายในองค์กร ผลลัพธ์ของ VA คือ รายงานรายการช่องโหว่ (Vulnerability List) พร้อมระดับความรุนแรง เช่น Critical High Medium Low พร้อมคำแนะนำในการแก้ไข สรุปง่าย ๆ: Vulnerability Assessment = การตรวจสุขภาพระบบ IT   Penetration Testing (Pentest) Penetration Testing คือการ จำลองการโจมตีจริงของ Hacker เพื่อทดสอบว่าช่องโหว่สามารถถูกใช้โจมตีได้จริงหรือไม่ การทำ Pentest มักดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Security ที่ใช้เทคนิคเดียวกับผู้โจมตี เช่น การเจาะ Web Application การยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) การเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กร การควบคุมระบบหรือเซิร์ฟเวอร์ ผลลัพธ์ของ Pentest จะไม่เพียงแค่บอกว่ามีช่องโหว่ แต่จะอธิบายว่า ช่องโหว่ถูกโจมตีได้อย่างไร ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลอะไรได้ ผลกระทบต่อธุรกิจคืออะไร สรุปง่าย ๆ: Penetration Testing = การจำลองการโจมตีจริง องค์กรควรทำอะไร? องค์กรที่มีระบบ Cybersecurity ท...
Vulnerability Assessment คืออะไร? ทำไมองค์กรต้องทำเป็นประจำ
Vulnerability Assessment คืออะไร? ทำไมองค์กรต้องทำเป็นประจำ ในยุคที่การโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นแทบทุกวัน องค์กรจำนวนมากเริ่มตระหนักว่าการป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งสำคัญคือการ “ค้นหาจุดอ่อนของระบบตัวเองก่อนที่ผู้โจมตีจะค้นพบ” หนึ่งในกระบวนการพื้นฐานของการดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์คือ Vulnerability Assessment   Vulnerability Assessment คืออะไร? Vulnerability Assessment คือกระบวนการ สแกน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ช่องโหว่ในระบบ IT ขององค์กร เพื่อค้นหาจุดอ่อนที่อาจถูกใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์ การตรวจสอบมักครอบคลุมหลายส่วนของระบบ เช่น Server – ตรวจสอบระบบปฏิบัติการ เวอร์ชันซอฟต์แวร์ และช่องโหว่ที่ยังไม่ได้อัปเดต Network – วิเคราะห์พอร์ตที่เปิดใช้งาน การตั้งค่า Firewall และโครงสร้างเครือข่าย Application – ตรวจสอบช่องโหว่ของ Web Application หรือระบบภายในองค์กร ผลลัพธ์ของการทำ Vulnerability Assessment จะช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมของ จุดเสี่ยงในระบบ พร้อมคำแนะนำในการแก้ไขก่อนที่จะถูกนำไปใช้โจมตีจริง   ทำไมองค์กรต้องทำ Vulnerability Assessment เป็นประจำ? ค้นหาช่องโหว่ก่อนที่ Hacker จะเจอ ผู้โจมตีมักใช้เครื่องมืออัตโนมัติสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาช่องโหว่ของระบบ หากองค์กรไม่ตรวจสอบระบบของตัวเองก่อน ก็มีโอกาสสูงที่ผู้โจมตีจะเป็นฝ่ายค้นพบก่อน ระบบ IT เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การอัปเดตซอฟต์แวร์ การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ใหม่ หรือการติดตั้งระบบใหม่ อาจทำให้เกิดช่องโหว่ใหม่โดยไม่รู้ตัว ลดความเสี่ยงจาก Cyber Attack การตรวจพบและแก้ไขช่องโหว่ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดโอกาสการเกิดเหตุการณ์ เช่น Data Breach Ransomware การถูกยึดระบบ เป็นพื้นฐานของ Cybersecurity Program Vulnerability Assessment ถือเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญ ก่อนการทำกระบวนการขั้นสูง เช่น Penetration Testing Security Monitoring Risk Management   Key Message ที่ทุกองค์กรควรจำ “ถ้าองค์กรไม่สแกนช่องโหว่ของตัวเอง Hacker จะเป็นคนสแกนแทน” ผู้โจม...
Cybersecurity-as-a-Service By BigFish
Cybersecurity-as-a-Service By BigFish ปิดทุกช่องโหว่ ปกป้องธุรกิจคุณแบบครบวงจร ในวันที่ภัยไซเบอร์พัฒนาเร็วกว่าองค์กรที่ยังตั้งรับแบบเดิม BigFish พร้อมเป็นทีม Cybersecurity ให้คุณแบบครบวงจร เราให้บริการ Cybersecurity-as-a-Service (CSaaS) โซลูชันบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยเทคโนโลยีระดับองค์กร ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง   ทำไมต้อง Cybersecurity-as-a-Service จาก BigFish? ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ ไม่ต้องสรรหา Security Team เพิ่ม จ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-as-You-Go) เลือกแพ็กเกจได้ตามขนาดธุรกิจ บริการครบตั้งแต่ป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และกู้คืน   บริการของเรา CyberShield for Endpoint ปกป้องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ปลายทางจาก Malware, Ransomware และ Advanced Threats SecurityOp as a Service บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ดูแลระบบไซเบอร์ ป้องกัน และรายงานสรุป ช่วยองค์กรลดความเสี่ยงและคลายกังวลด้านความปลอดภัย Essential Cloud Backup สำรองข้อมูลบน Cloud อย่างปลอดภัย พร้อมกู้คืนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ Ultimate Data Protection ปกป้องข้อมูลสำคัญระดับองค์กร ลดความเสี่ยง Data Breach Ultimate Email Protection กรอง Phishing, Spam, Malware และ Email Threat ขั้นสูง Ultimate DLP as a Service ควบคุมและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ BCP as a Service วางแผน Business Continuity ให้ธุรกิจดำเนินต่อได้แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด   BigFish ดูแลให้คุณมากกว่าการติดตั้งระบบ เราไม่ใช่แค่ผู้ขายโซลูชัน แต่คือ Cybersecurity Partner ที่ช่วยคุณบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ เพราะความเสียหายจาก Cyber Attack ไม่ได้กระทบแค่ระบบ IT แต่กระทบชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และรายได้ขององค์กร   ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญ BigFish วันนี้ เพื่อออกแบบ Cybersecurity ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ   #BigFish #Cybersecurity #CybersecurityAsAService #CSaaS #DataProtection #EndpointSecurity #EmailSecurity #CloudBackup #DLP #BusinessContinuity #ITSecurity #CyberProtection #24x7Support #P...
การเตือนภัยไซเบอร์จากสหราชอาณาจักร: ความเสี่ยงจากภัยคุกคามเชื่อมโยงอิหร่านท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
การเตือนภัยไซเบอร์จากสหราชอาณาจักร: ความเสี่ยงจากภัยคุกคามเชื่อมโยงอิหร่านท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในช่วงที่ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระดับภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภูมิทัศน์ ภัยคุกคามไซเบอร์ระดับโลก ด้วย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศูนย์ความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (National Cyber Security Centre – NCSC) ได้ออกแถลงการณ์เตือนองค์กรต่าง ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังหลังพบ ความเสี่ยงจากการโจมตีไซเบอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน อันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค   ทำไมการเตือนครั้งนี้จึงสำคัญ? การโจมตีไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับรัฐ หรือรัฐหนุน (state-linked threat actors) มีความซับซ้อนและมีเป้าหมายที่หลากหลาย ตั้งแต่: การสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร การขัดขวางระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ การโจมตีเพื่อสร้างความเสียหายหรือสร้างแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ แม้ปัจจุบัน NCSC ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการโจมตีเหล่านี้มุ่งเป้าโดยตรงไปยัง UK โดยทันที แต่สถานการณ์ดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามพลวัตของความขัดแย้ง   ความสามารถของกลุ่มโจมตี สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอิหร่านจะได้รับผลกระทบบางส่วนในช่วงเกิดความขัดแย้ง แต่ กลุ่มภัยคุกคามที่อาจมีความเชื่อมโยงหรือได้รับการสนับสนุนยังคงมีศักยภาพในการโจมตีจากภายนอกได้ ซึ่งช่วยย้ำว่าองค์กรต่าง ๆ ไม่ควรมองข้ามภัยคุกคามเพียงเพราะปัจจัยภายในประเทศของคู่ขัดแย้ง   คำแนะนำสำหรับองค์กร เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น NCSC แนะนำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนดำเนินมาตรการดังนี้: เสริมความแข็งแกร่งของระบบไซเบอร์พื้นฐาน ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยสำคัญ รักษาการอัปเดตแพตช์ และป้องกันช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตีได้ง่าย ป้องกันภัยคุกคามคลาสสิก เช่น การโจมตีแบบ ฟิชชิ่ง (Phishing), มัลแวร์, และ DDoS attacks เพิ่มการเฝ้าระวังเครือข่าย ตรวจจับกิจกรรมที่ผ...
US–Iran War: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็น Cyber Risk ระดับองค์กร
US–Iran War: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็น Cyber Risk ระดับองค์กร ในช่วงปี 2026 นี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพัฒนาสู่การปะทะทางการทหารอย่างเป็นทางการในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิด ผลกระทบทั้งในระดับภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ซึ่งธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ไม่อาจมองข้ามได้   ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทาน ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ ความขัดแย้งได้ขยายผลมาถึง การเดินทางทางอากาศ โดยหลายสนามบินในภูมิภาคต้องยกเลิกเที่ยวบินหรือปิดพื้นที่ทางอากาศ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นและระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกผันผวน ธุรกิจที่พึ่งพาการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น สินค้าส่งออกและนำเข้า จะเผชิญค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จากการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญของน้ำมันโลก ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานและการดำเนินการขององค์กรสูงขึ้นทั้งในอุตสาหกรรมขนส่ง อุตสาหกรรมการผลิต และบริการโลจิสติกส์ ความไม่แน่นอนทางการลงทุน ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวนสูง นักลงทุนย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่องในระบบการค้าโลกชะลอตัว ซึ่งอาจกระทบกลยุทธ์การลงทุนขององค์กรขนาดใหญ่และ SME เหมือนกัน   ความเสี่ยง Cybersecurity และดิจิทัล ภัยคุกคามไซเบอร์เพิ่มสูง สงครามในโลกจริงนำไปสู่ สงครามในโลกไซเบอร์ (Cyber War) โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่สนับสนุนฝ่ายต่าง ๆ และแม้กระทั่งกลุ่มรัฐนักแสดง (state-linked actors) เริ่มใช้เครื่องมือไซเบอร์โจมตีระบบเป้าหมายในต่างประเทศมากขึ้น นั่นรวมถึง: การโจมตีเว็บไซต์และบริการออนไลน์ การเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูล การโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ข่าวจากรายงานข่าวและหน่วยงานความมั่นคงเตือนว่า บริษัทในสหรัฐฯ และพันธมิตรอาจตกอยู่ใน “รัศมีอันตราย” ของการโจมตีไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงต่อองค์กรที่ไม่พร้อม สำหรับหลายองค์กรที่ยังขาดระบบความปลอดภัยที่แข็งแรง กา...
Data Extortion: ภัยคุกคามยุคใหม่ที่องค์กรต้องรับมือ
Data Extortion: ภัยคุกคามยุคใหม่ที่องค์กรต้องรับมือ Data Extortion = การขโมยข้อมูล + ข่มขู่เปิดเผยข้อมูล เป็นรูปแบบการโจมตีไซเบอร์ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แฮ็กเกอร์ไม่จำเป็นต้องทำลายระบบ แค่ “ได้ข้อมูลลับ” ก็เพียงพอสำหรับการเรียกเงิน   แตกต่างจาก Ransomware แบบเดิมอย่างไร? Ransomware แบบดั้งเดิม        Data Extortion ล็อกไฟล์        ไม่จำเป็นต้องล็อกไฟล์ ทำระบบล่ม        ไม่จำเป็นต้องทำระบบล่ม เรียกค่าไถ่เพื่อปลดล็อก        เรียกค่าไถ่เพื่อ “ไม่เปิดเผยข้อมูล” พูดง่าย ๆ คือ จากการจับข้อมูลเป็นตัวประกัน → กลายเป็นการจับ “ชื่อเสียงองค์กร” เป็นตัวประกัน   ข้อมูลที่ถูกขโมยบ่อย ข้อมูลลูกค้า (PII – Personally Identifiable Information) สัญญาทางธุรกิจ เอกสารการเงิน Source Code ข้อมูลผู้บริหาร / Email ภายในองค์กร   ทำไม Data Extortion ถึงอันตราย? กระทบชื่อเสียงองค์กรโดยตรง เสี่ยงโดนฟ้องร้อง / ค่าปรับด้านกฎหมาย สูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า แม้จะจ่ายเงิน ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่ถูกเผยแพร่   วิธีป้องกันที่องค์กรควรมี Data Classification & Data Loss Prevention (DLP) Zero Trust Architecture Multi-Factor Authentication (MFA) Network Monitoring & Threat Detection Incident Response Plan ที่ชัดเจน Backup ที่แยกจากระบบหลัก (Offline / Immutable)   สรุปสั้น ๆ วันนี้แฮ็กเกอร์ไม่จำเป็นต้อง “ทำลายระบบ” แค่ขโมยข้อมูลสำคัญได้ ก็สามารถทำลายองค์กรได้แล้ว Data คือทรัพย์สินและ “ชื่อเสียง” คือสิ่งที่แพงที่สุดที่องค์กรเสียไม่ได้   #BigFish #CyberSecurity #DataExtortion #DataProtection #CyberRisk #InformationSecurity #ZeroTrust #RiskManagement #CyberThreat
ไม่ใช่แค่ Ransomware: ภัย Data Extortion ที่กำลังเพิ่มขึ้น หลังเหตุ Wynn Resorts
ไม่ใช่แค่ Ransomware: ภัย Data Extortion ที่กำลังเพิ่มขึ้น หลังเหตุ Wynn Resorts สะท้อนความเสี่ยงใหม่ขององค์กรยุคดิจิทัล บริษัทรีสอร์ตและคาสิโนระดับโลกอย่าง Wynn Resorts ออกมายืนยันว่าเกิดเหตุ ข้อมูลพนักงานถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายหลังถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์ข่มขู่เรียกค่าไถ่ โดยชื่อบริษัทปรากฏบนเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลของกลุ่มที่เรียกว่า ShinyHunters ซึ่งมีประวัติขโมยข้อมูลจากองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลก แม้บริษัทจะระบุว่ายังไม่พบหลักฐานว่าข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด และการดำเนินธุรกิจยังคงเป็นปกติ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความจริงสำคัญว่า “ไม่มีองค์กรใดปลอดภัย 100%”   สิ่งที่เกิดขึ้น กลุ่มแฮ็กเกอร์อ้างว่าขโมยข้อมูลพนักงานกว่า 800,000 รายการ ข้อมูลที่ถูกกล่าวอ้างรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ (เช่น หมายเลขประกันสังคมในสหรัฐฯ) มีการตั้งเส้นตายให้บริษัทติดต่อ ก่อนจะเผยแพร่ข้อมูล ต่อมาประกาศดังกล่าวถูกลบออกจากเว็บของกลุ่มแฮ็กเกอร์ บริษัทไม่เปิดเผยว่ามีการจ่ายค่าไถ่หรือไม่ Wynn Resorts ระบุว่าได้: เปิดใช้แผน Incident Response ทันที ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Forensics เสนอเครดิตมอนิเตอร์ริงให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบ   บทเรียน Cybersecurity Awareness สำหรับองค์กร เหตุการณ์นี้ให้บทเรียนสำคัญหลายประการ             1.Data Breach ไม่ได้เกิดจาก Ransomware เสมอไป ปัจจุบันแนวโน้มการโจมตีแบบ Data Extortion เพิ่มขึ้น แฮ็กเกอร์อาจไม่เข้ารหัสระบบ แต่เลือก “ขโมยข้อมูลแล้วขู่เผยแพร่” แทน องค์กรจึงต้อง: ป้องกัน Data Exfiltration ทำ Data Classification ใช้ DLP (Data Loss Prevention)2. Employee Data คือเป้าหมายหลัก หลายองค์กรโฟกัสที่ “ข้อมูลลูกค้า” แต่ลืมว่า ข้อมูลพนักงานก็มีมูลค่าสูงมาก ตัวอย่างข้อมูลที่มักถูกโจมตี: เลขบัตรประชาชน / Social Security Payroll สัญญาจ้าง ข้อมูลภาษี ข้อมูลสุขภาพ แนวทางป้องกัน: จำกัดสิทธิ์เข้าถึง (Least Privilege) แยกระบบ HR ออกจากเครือข่...
BigFish สร้างมาตรฐานใหม่วงการ Cybersecurity ไทย คว้ารางวัล Outstanding Technical Impact Award (Thailand) เป็นรายแรกของประเทศ
BigFish สร้างมาตรฐานใหม่วงการ Cybersecurity ไทย คว้ารางวัล Outstanding Technical Impact Award (Thailand) เป็นรายแรกของประเทศ ทีมงาน BigFish ได้รับรางวัล Outstanding Technical Impact Award (Thailand) จาก Tenable เป็นคนแรกในประเทศไทย BigFish ขอแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการกับ คุณแบล็ค ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของ BigFish ที่ได้รับรางวัล Outstanding Technical Impact Award (Thailand) จาก Tenable ซึ่งนับเป็นบุคลากรคนแรกในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่ผู้เชี่ยวชาญที่มีบทบาทโดดเด่นในการสร้าง Technical Impact ที่เกิดขึ้นจริง จากการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Tenable ตลอดปี 2025 รวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความเชี่ยวชาญเชิงลึก และการยกระดับการนำโซลูชันของ Tenable ไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ Tenable ได้ยกย่องความทุ่มเทดังกล่าวผ่านการมอบ Outstanding Technical Impact Award (Thailand) พร้อมเข็มกลัดที่ระลึก และใบรับรองดิจิทัล เพื่อรับรองถึงผลงานและความสามารถในระดับสากล ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการทำงานของ BigFish ที่ให้ความสำคัญกับ ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค (Technical Excellence) การเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ การสร้างผลลัพธ์ด้าน Cybersecurity ที่จับต้องได้ให้กับลูกค้า BigFish ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งมอบโซลูชันด้าน Cybersecurity ที่ได้มาตรฐานระดับโลก และตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง   #BigFish #Cybersecurity #TechnicalExcellence #Tenable #CybersecurityThailand #OutstandingTechnicalImpact #CyberLeadership #SecurityExpert #ThailandFirst #CyberSecurityConsulting #VulnerabilityManagement #TrustedPartner
Cyber Fatigue: ทำไมพนักงานเริ่มไม่สนใจ Security?
Cyber Fatigue: ทำไมพนักงานเริ่มไม่สนใจ Security? ในวันที่ภัยไซเบอร์ซับซ้อนขึ้นทุกปีแต่น่าแปลกที่ “ความใส่ใจ” ของพนักงานกลับลดลง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Cyber Fatigue อาการเหนื่อยล้าทางไซเบอร์ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายองค์กร — และหลายครั้งเราไม่รู้ตัว   เมื่อ Security กลายเป็น “เสียงรบกวน” ลองมองจากมุมพนักงานทั่วไป ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อย ๆ ต้องทำ Mandatory Training ทุกปี ต้องคลิกยอมรับ Policy ยาวหลายสิบหน้า ต้องระวังอีเมลทุกฉบับ Security ค่อย ๆ กลายเป็น “ภาระ” มากกว่า “ความร่วมมือ” เมื่อสิ่งใดถูกบังคับซ้ำ ๆ โดยไม่เข้าใจเหตุผลมนุษย์จะเริ่ม ปิดรับโดยอัตโนมัติ   Training ซ้ำ ๆ จนคนเบื่อ หลายองค์กรยังใช้วิธีเดิม วิดีโอเดิม Slide เดิม Quiz แบบเดิม ตัวอย่าง Phishing แบบเดิม พนักงานจึงเรียนรู้เพียงแค่ “ตอบข้อสอบให้ผ่าน” ไม่ใช่ “เข้าใจความเสี่ยงจริง ๆ” เมื่อ Training กลายเป็นเพียง KPI Security ก็กลายเป็นแค่ Checklist   Phishing Simulation ที่ไม่มี Feedback องค์กรจำนวนมากส่ง Phishing Simulation เพื่อ “จับผิด” แต่คำถามคือ… ถ้าพนักงานคลิก → เขาได้เรียนรู้อะไร? มีการอธิบายไหมว่าจุดไหนคือสัญญาณเตือน? มีการ Coaching แบบไม่ประจานหรือไม่? ถ้า Simulation มีแค่ผลลัพธ์ว่า “คุณสอบตก” สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความกลัว ความอาย ความต่อต้าน แทนที่จะสร้าง Awareness กลับสร้าง “กำแพง”   Security Policy ที่อ่านไม่รู้เรื่อง หลายองค์กรมี Policy ที่ดีแต่เขียนเหมือนเอกสารทางกฎหมาย เต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค ไม่มีตัวอย่างสถานการณ์จริง ไม่มีภาพประกอบ ไม่มีสรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย ผลลัพธ์คืออะไร? พนักงานเลื่อนลงไปล่างสุด แล้วกด “I Acknowledge” โดยไม่เคยอ่านแม้แต่บรรทัดเดียว   Cyber Fatigue ไม่ใช่ปัญหาของพนักงาน แต่เป็นปัญหาของ “วิธีสื่อสาร” มนุษย์ไม่ได้ต่อต้านความปลอดภัย มนุษย...
ก่อนแฮ็กเกอร์จะเจอช่องโหว่ ให้ Burp Suite DAST เจอก่อน
ก่อนแฮ็กเกอร์จะเจอช่องโหว่ ให้ Burp Suite DAST เจอก่อน Burp Suite DAST คืออะไร? Burp Suite DAST คือเครื่องมือสำหรับ การทดสอบความปลอดภัยเว็บแอปและ API แบบไดนามิค (Dynamic Application Security Testing – DAST) ที่ช่วยค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยโดยการทดสอบระบบจริง ๆ เหมือนกับการ “โจมตีจริง” จากภายนอก โดยไม่ต้องเข้าถึงโค้ดภายในแอปเลย (black-box testing) ทั้งนี้มันถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระดับองค์กรและรองรับการสแกนแบบอัตโนมัติครอบคลุมทั้งเว็บไซต์และ API Modern applications ทั้งหลาย   เพราะอะไรต้องใช้ DAST? ในโลกของ DevSecOps หรือการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เน้นความปลอดภัยตั้งแต่ต้นจนจบระบบนั้น DAST เป็นวิธีที่ช่วยให้ทีมสามารถ: ตรวจพบช่องโหว่ก่อนปล่อยสู่ระบบจริง – เช่น XSS, SQL Injection, CSRF และปัญหาความปลอดภัยอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อแอปกำลังทำงานจริง รวมเข้ากับกระบวนการพัฒนาและ CI/CD ได้ง่าย – เช่นผสานเข้ากับ Jira, GitLab, Trello หรือเรียกใช้ผ่าน API เพื่อแสดงผลในกระบวนการอัตโนมัติ จัดการกับโปรเจ็กต์จำนวนมากได้สะดวก – สแกนหลายเว็บไซต์หรือหลาย API พร้อมกัน จัดการแบบ recurring ได้อย่างง่ายดาย กล่าวคือ DAST เหมือนกับ “กล้องวงจรปิดที่คอยส่องหาอันตรายจากผู้โจมตีจริง” โดยไม่เข้าไปยุ่งกับโค้ดตรง ๆ และนี่คือสิ่งที่ทำให้มันมีประโยชน์มากสำหรับทีมที่ต้องการความปลอดภัยเชิงรุก   ข้อดีของ Burp Suite DAST สแกนอัตโนมัติเต็มรูปแบบBurp Suite DAST สามารถตั้งให้สแกนเว็บและ API แบบอัตโนมัติ จัดลำดับความเสี่ยง แล้วรายงานผลให้ทีมทั้ง Dev และ Sec ได้เห็นภาพรวมได้ทันที ผสานกับกระบวนการ DevSecOpsมันสามารถรวมเข้ากับระบบ CI/CD และเครื่องมือจัดการบั๊กได้ง่าย ทำให้การพัฒนาและความปลอดภัยทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น รายงานและภาพรวมที่มองเห็นง่ายระบบมีแดชบอร์ดแสดงแนวโน้มช่องโหว่และผลการสแกนตามเวลาจริง ส่งรายงานผ่านอีเมลหรือส่งออกสู่ระบบอื่น ๆ ได้ ช่วยทีมตัดสินใจและวางแผนแก้ไขได้ดีขึ้น ตรวจจริงเหมือนมืออาชีพผลการสแกนใช้เครื่องสแกนเดียวกับที่นักท...
Love is Blind, But Cyber Threats Aren’t.
Love is Blind, But Cyber Threats Aren’t. วาเลนไทน์คือเทศกาลแห่งความรักแต่สำหรับอาชญากรไซเบอร์ นี่คือ “ฤดูกาลทำเงิน” ในทุกช่วงเทศกาล โดยเฉพาะวันแห่งความรัก แฮกเกอร์มักใช้เทคนิค Social Engineering เพื่อหลอกให้เหยื่อ “เผลอคลิก” เพราะอารมณ์ ความตื่นเต้น และความเร่งรีบ คือช่องโหว่ที่ดีที่สุด Phishing Email ปลอมเป็นบริษัทขนส่งหรือร้านของขวัญ โปรโมชันลดราคาเกินจริงช่วงเทศกาล เว็บปลอมสำหรับกรอกข้อมูลบัตรเครดิต ลิงก์ติดตามพัสดุที่แฝงมัลแวร์ ภัยเหล่านี้อาจมาในชื่อแบรนด์ที่คุณคุ้นเคย เช่น Amazon, Shopee หรือ Lazada เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งให้คุณตัดสินใจโดยไม่ทันตรวจสอบ   ความรักใช้หัวใจแต่ Cybersecurity ต้องใช้สติ องค์กรที่พร้อม ไม่ได้แค่ติดตั้งเครื่องมือป้องกัน แต่ต้องมี: Security Awareness Training ที่สม่ำเสมอ Phishing Simulation เพื่อทดสอบพฤติกรรมผู้ใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) Zero Trust Approach: Never Trust, Always Verify   เพราะในโลกดิจิทัล “การคลิกเพียงครั้งเดียว” อาจกลายเป็น Data Breach ระดับองค์กร องค์กรของคุณพร้อมรับมือ Social Engineering แล้วหรือยัง? #bigfish#ValentinesDay #CyberSecurity #Phishing #ThinkBeforeYouClick    
Zero Trust คือความรักที่มั่นคงที่สุด
Zero Trust คือความรักที่มั่นคงที่สุด ความรักที่ดีไม่ใช่การเชื่อทันที แต่คือการพิสูจน์…ก่อนจะไว้ใจ Cybersecurity ที่ดี ก็เช่นกัน Zero Trust = Never Trust, Always Verify ในโลกดิจิทัลวันนี้ภัยคุกคามไม่ได้มาจากแค่ภายนอก แต่มาจากทุกจุดที่มี “สิทธิ์เข้าถึงระบบ” Internal User ต้อง Verify Partner ต้อง Authenticate แม้แต่ทราฟฟิกภายใน Network ก็ต้องถูกตรวจสอบสิทธิ์ เพราะความเสียหายจาก “ความไว้ใจผิดที่ผิดเวลา” ในโลกธุรกิจไม่ใช่แค่เสียความรู้สึก แต่มันคือ การสูญเสียข้อมูล การสูญเสียความเชื่อมั่น และอาจหมายถึงการสูญเสียทั้งองค์กร Zero Trust ไม่ได้แปลว่าไม่ไว้ใจใคร แต่คือการออกแบบระบบให้ “ทุกความไว้ใจถูกพิสูจน์” ความมั่นคงที่แท้จริงไม่ได้มาจากความเชื่อแต่มาจากการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง การควบคุมสิทธิ์อย่างเหมาะสม และการมอง Identity เป็นศูนย์กลางความปลอดภัยในยุคที่ Identity คือเป้าหมายอันดับหนึ่งของการโจมตี Zero Trust ไม่ใช่ทางเลือกแต่มันคือมาตรฐานขององค์กรที่จริงจังกับความอยู่รอดและความยั่งยืนในระยะยาว   #bigfish #cybersecurity #ZeroTrust #CyberResilience #CyberSecurityLeadership #DigitalTrust #IdentitySecurity #BigFishConsulting
“ภัยไซเบอร์ยอดฮิตช่วงวาเลนไทน์”
วาเลนไทน์หวาน ๆ แต่ภัยไซเบอร์ขมกว่านั้นนะ มาดู “ภัยไซเบอร์ยอดฮิตช่วงวาเลนไทน์” ที่คนมักพลาดกันทุกปี Romance Scam (หลอกรักออนไลน์) แชตหวาน รูปโปรไฟล์ดี มีอนาคต…สุดท้ายขอยืมเงิน / ลงทุน / ส่งของติดศุลกากร รักไม่ผิด แต่โอนเงินให้คนไม่เคยเจอตัวจริง = เสี่ยงมาก Phishing โปรโมชันวาเลนไทน์ อีเมล / SMS / LINE “รับดอกไม้ฟรี” “ส่วนลดของขวัญ 70%” คลิกลิงก์ปุ๊บ → ขโมยรหัส / ข้อมูลบัตรทันที Fake Delivery / Fake Gift “คุณมีของขวัญจากคนพิเศษ” ให้กดลิงก์ยืนยันการจัดส่ง → Malware / ดูดข้อมูล Love-themed Malware ไฟล์ชื่อหวาน ๆpdf Valentine_Pics.zip เปิดเมื่อไหร่… เครื่องติดทันที Social Engineering โหมดอินเลิฟ อารมณ์นำเหตุผล คนกำลังอิน = ตรวจสอบน้อยลง แฮกเกอร์รู้ และใช้จุดนี้เล่นงานเสมอ สรุปสั้น ๆ วาเลนไทน์อาจทำให้หัวใจพอง แต่ Cybersecurity ต้องไม่หย่อน อย่าเชื่อเพราะ “หวาน” อย่าคลิกเพราะ “รีบ” อย่าโอนเพราะ “รัก”   #bigfish #CyberSecurity #ValentinesDay #วาเลนไทน์ปลอดภัย #RomanceScam #PhishingAlert #FakeGiftAlert #รักต้องปลอดภัย #CyberAwareness #ออนไลน์เซฟ #SocialEngineering #LoveSafely #CyberTips #StaySafeOnline
BigFish — Trusted Partner in Cyber Risk Management
ทีมงาน BigFish ได้รับการรับรอง Tenable Guardianตอกย้ำความเชี่ยวชาญระดับสูงด้าน Cyber Risk Management BigFish มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ทีมของเราได้รับการรับรอง Tenable Guardian ซึ่งเป็นใบรับรองด้านเทคนิคระดับสูงสุดภายใต้โปรแกรม Tenable Assure Program การรับรองนี้มอบให้เฉพาะพาร์ทเนอร์ที่ได้รับเชิญเท่านั้น และเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชี่ยวชาญขั้นสูง ความเป็นมืออาชีพ และความมุ่งมั่นในการช่วยองค์กรปิดความเสี่ยงด้านไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ การที่ทีมงาน BigFish ได้รับการรับรอง Tenable Guardian สะท้อนถึงศักยภาพในการออกแบบ วางกลยุทธ์ และให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงไซเบอร์ (Cyber Risk Management) บนแพลตฟอร์ม Tenable ได้อย่างลึกซึ้ง ครอบคลุมทั้งด้าน Vulnerability Management, Exposure Management และการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาพรวมขององค์กร BigFish มุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับสูงนี้มาใช้ในการให้บริการลูกค้า เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน จัดลำดับความสำคัญได้อย่างถูกต้อง และตัดสินใจด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้อย่างมั่นใจในโลกดิจิทัลที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง Tenable Guardian ไม่ใช่เพียงใบรับรอง แต่คือสัญลักษณ์ของความเชี่ยวชาญที่ลูกค้าสามารถเชื่อมั่นได้ และ BigFish พร้อมเป็นพันธมิตรด้าน Cybersecurity ที่องค์กรของคุณไว้วางใจ อ่านเพิ่มเติมได้ที่: First time at theTenable Guardian Summit 2025 | by Sabastiaz | Medium   #TenableGuardian #Tenable #Cybersecurity #CyberRiskManagement #VulnerabilityManagement #ExposureManagement #BigFish #TrustedPartner #CyberExperts #DigitalSecurity  
Cybersecurity Trends 2025–2026
Cybersecurity Trends 2025–2026 เมื่อภัยไซเบอร์กลายเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ในช่วงปี 2025–2026 ภัยคุกคามไซเบอร์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคนิค ความซับซ้อน และรูปแบบการโจมตี องค์กรไม่สามารถพึ่งพาแนวทางป้องกันแบบเดิมได้อีกต่อไป บทความนี้สรุปแนวโน้ม Cybersecurity สำคัญจาก SentinelOne ที่องค์กรควรทำความเข้าใจและเตรียมรับมืออย่างจริงจัง   AI-Driven Malware: มัลแวร์ที่ “ฉลาด” กว่าที่เคย มัลแวร์ยุคใหม่เริ่มใช้ AI และ Machine Learning เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองแบบอัตโนมัติ ทำให้หลบเลี่ยงการตรวจจับด้วย Signature-based security ได้ง่ายขึ้น องค์กรจำเป็นต้องปรับมาใช้การตรวจจับเชิงพฤติกรรม (Behavior-based Detection) และระบบอัตโนมัติที่ตอบสนองได้แบบ Real-time   Zero Trust ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นมาตรฐานใหม่ แนวคิด Zero Trust – Never Trust, Always Verify กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยขององค์กรยุคใหม่ ทุกผู้ใช้ อุปกรณ์ และระบบ ต้องผ่านการยืนยันตัวตนและได้รับสิทธิ์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น (Least Privilege)   Quantum Computing กับความท้าทายด้านการเข้ารหัส แม้ Quantum Computing จะยังไม่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย แต่มีศักยภาพในการถอดรหัสข้อมูลแบบดั้งเดิมในอนาคต องค์กรที่มีข้อมูลสำคัญระยะยาวควรเริ่มวางแผน Post-Quantum Cryptography ตั้งแต่วันนี้   Ransomware-as-a-Service (RaaS) ทำให้ใครก็เป็นแฮกเกอร์ได้ Ransomware ไม่ได้ถูกพัฒนาโดยกลุ่มอาชญากรระดับสูงเท่านั้นอีกต่อไป โมเดล RaaS เปิดโอกาสให้ผู้ไม่เชี่ยวชาญสามารถเช่าเครื่องมือโจมตี ส่งผลให้จำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้น   ความเสี่ยงจาก 5G, IoT และ Edge Computing การใช้งาน 5G และอุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาลทำให้ Attack Surface ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ระบบรักษาความปลอดภัยต้องครอบคลุมตั้งแต่เครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง ไปจนถึง Edge Infrastructure   Insider Threats: ภัยจากคนในที่มองข้ามไม่ได้ ภัยคุกคามไม่ได้...
Nike ตรวจสอบเหตุ Data Breach หลังกลุ่มแฮกเกอร์เผยแพร่ไฟล์กว่า 1.4TB
Nike ตรวจสอบเหตุ Data Breach หลังกลุ่มแฮกเกอร์เผยแพร่ไฟล์กว่า 1.4TB Nike ออกมายืนยันว่ากำลังตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ หลังกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ WorldLeaks อ้างว่าขโมยและเผยแพร่ไฟล์ภายในของบริษัทบน Dark Web ข้อมูลที่ถูกอ้างว่ารั่วไหล ได้แก่ เอกสารภายในองค์กร ข้อมูลการออกแบบและผลิตภัณฑ์ แผนงาน วัสดุ และข้อมูลเชิงธุรกิจ แม้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานรั่วไหลแต่เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่า Data Extortion กำลังกลายเป็นภัยหลัก แทน Ransomware แบบเดิม บทเรียนสำคัญสำหรับองค์กร “ต่อให้ไม่ถูกเข้ารหัสไฟล์ แต่ข้อมูลที่หลุด = ความเสี่ยงทางธุรกิจทันที” ปี 2026 คำถามไม่ใช่แค่ว่า จะโดนโจมตีไหม แต่คือ รู้เร็วแค่ไหน และควบคุมความเสียหายได้หรือเปล่า   #bigfish #CyberSecurity #DataBreach #Nike #Ransomware #DataExtortion #CyberRisk #DigitalRisk #ThreatIntelligence #SecurityAwareness  
องค์กรของคุณมองเห็นความเสี่ยงจริงแล้วหรือยัง?
องค์กรของคุณมองเห็นความเสี่ยงจริงแล้วหรือยัง?   ในโลกที่ Vulnerability เปลี่ยนเร็วกว่า Patch การ “ไม่รู้” คือความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด เราเป็น Tenable Partner อย่างเป็นทางการ พร้อมให้บริการโซลูชันระดับโลกด้าน Cyber Exposure Management   สิ่งที่ Tenable ช่วยองค์กรคุณได้ Continuous Vulnerability Management มองเห็นช่องโหว่ทั้งหมดแบบ Real-time Cloud & Container Security ปกป้อง Cloud, VM, Container และ Kubernetes IT / OT / IoT Visibility ครอบคลุมทั้งระบบ IT และ OT Risk-Based Prioritization แก้ไขช่องโหว่ที่ “กระทบธุรกิจจริง” ก่อน   ทำไมต้องเลือกเรา ✔ Authorized Tenable Partner ✔ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Vulnerability & Risk Management ✔ ให้คำปรึกษา ตั้งแต่ Assessment → Implementation → Optimization ✔ เหมาะกับองค์กรที่ต้องการยกระดับ Cyber Maturity อย่างแท้จริง   เพราะ Cybersecurity ไม่ใช่แค่การติดตั้งเครื่องมือ แต่คือการ “มองเห็นความเสี่ยงก่อนที่จะกลายเป็น Incident”   #bigfish #cybersecurity #Tenable #TenablePartner #CyberExposureManagement #VulnerabilityManagement #CybersecuritySolutions #DigitalRisk #ITSecurity #OTSecurity
Ransomware ที่องค์กรต้องระวังในปี 2026
Ransomware ที่องค์กรต้องระวังในปี 2026 เมื่อการเรียกค่าไถ่ไม่ใช่แค่ “ล็อกไฟล์” แต่คือการทำลายความเชื่อมั่นของทั้งองค์กร   Ransomware ในปี 2026 เปลี่ยนไปอย่างไร หากองค์กรยังมองว่า Ransomware คือ “ไวรัสเข้ารหัสไฟล์แล้วเรียกค่าไถ่” นั่นคือความเข้าใจที่ล้าสมัยอย่างอันตราย ในปี 2026 Ransomware ได้พัฒนาเป็นการโจมตีเชิงกลยุทธ์ (Strategic Cybercrime) ที่มุ่งโจมตี ข้อมูล, ตัวตน (Identity), ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และชื่อเสียงองค์กร พร้อมกัน องค์กรไม่ได้ถูกถามแค่ว่า “จะจ่ายหรือไม่จ่าย” แต่ถูกบีบให้ตอบว่า “จะยอมเสียอะไรบ้าง ถ้าไม่จ่าย”   กลุ่ม Ransomware ที่ต้องจับตาในปี 2026 LockBit (เวอร์ชันใหม่ & เครือข่ายใต้ดิน) แม้ LockBit จะถูกปราบปรามหลายครั้ง แต่ในปี 2026 ยังคงพบ “ร่างแยก” และ Fork ใหม่จำนวนมาก ความอันตราย โจมตีได้ทั้ง Windows, Linux, VMware เคลื่อนที่ในระบบเร็ว (Lateral Movement) ลบ Backup และ Snapshot ก่อนเข้ารหัส ใช้โมเดล Ransomware-as-a-Service (RaaS) จุดเสี่ยงหลัก: ระบบ Virtualization, Backup Server, Domain Admin   Akira – Ransomware สำหรับองค์กรโดยเฉพาะ Akira เป็นกลุ่ม RaaS ที่เน้นโจมตีองค์กรขนาดกลาง–ใหญ่ จุดเด่นของการโจมตี เข้าโจมตีผ่าน VPN, MFA ที่ตั้งค่าผิด ใช้ข้อมูลที่ขโมยมาเป็นอาวุธต่อรอง เน้นโจมตีระบบ Production มากกว่าผู้ใช้ทั่วไป จุดเสี่ยงหลัก: VPN, Identity, Privileged Account   Mobile & Endpoint Ransomware ปี 2026 ไม่ได้โจมตีแค่ Server แต่ขยายไปที่ Mobile Device และ Endpoint ล็อกอุปกรณ์พนักงาน ใช้เป็นจุดเริ่มต้น (Initial Access) ขโมย Token / Session / Credential ความจริงที่องค์กรไม่อยากยอมรับ: มือถือพนักงาน = ส่วนหนึ่งของ Attack Surface   เทรนด์ Ransomware ที่อันตรายที่สุดในปี 2026 Multi-Stage / Triple Extortion Ransomware สมัยใหม่จะ: ขโมยข้อมูล เข้ารหัสระบบ ข่มขู่เปิดเผยข้อมูล / โจมตี D...
เลือกพรรคได้ แต่อย่าเลือกความเสี่ยง
เลือกพรรคได้ แต่อย่าเลือกความเสี่ยง Cybersecurity Awareness ผ่านมุมมอง “การเลือกตั้งองค์กร” ในช่วงที่คำว่า “เลือกตั้ง” ทำให้ทุกคนหันมาสนใจนโยบายและการตัดสินใจ องค์กรเองก็เผชิญ “การเลือกตั้ง” แบบเดียวกันไม่ใช่เลือกนักการเมือง แต่คือ เลือกแนวคิดด้าน Cybersecurity และน่าเสียดายที่หลายองค์กร ยังคงเลือก “พรรคเดิม ๆ” ที่ให้ความสบายใจ…แต่เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว   พรรคผ่าน Audit ปีละครั้งก็พอ การ Audit เป็นเรื่องสำคัญแต่ Audit ≠ Security ภัยไซเบอร์ไม่ได้รอรอบตรวจปีละครั้ง Attack เกิดได้ทุกวัน ทุกชั่วโมง ถ้าองค์กรมั่นใจแค่ “ผล Audit บนกระดาษ” นั่นคือการวัดความปลอดภัยจากอดีต ไม่ใช่ความเสี่ยงในปัจจุบัน Audit คือภาพย้อนหลัง Security ต้องเป็นการป้องกันแบบ Real-time   พรรคมี Policy แต่ไม่มีใครอ่าน หลายองค์กรมี Policy ครบทุกเล่มแต่ไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์จริง Policy ที่ไม่มีการสื่อสาร ไม่มีการฝึกซ้อม ไม่มีการทำให้คนเข้าใจ ก็ไม่ต่างจาก เอกสารที่ไม่มีผลต่อพฤติกรรม Security ไม่ได้ล้มเพราะไม่มี Policy แต่ล้มเพราะ “คนไม่รู้ว่าต้องทำอะไร”   พรรคซื้อ Tool แต่ไม่ซื้อ Awareness Firewall, EDR, SIEM อาจแพงแค่ไหนก็แพ้คลิกเดียวจาก Phishing Email เพราะภัยไซเบอร์วันนี้ โจมตีคน ก่อนโจมตีระบบ ถ้าองค์กรลงทุนกับเครื่องมือแต่ไม่ลงทุนกับความเข้าใจของพนักงาน ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่…แค่เปลี่ยนรูปแบบ เครื่องมือป้องกันระบบ Awareness ป้องกันพฤติกรรม   พรรคเชื่อ Network มากเกินไป “อยู่ในออฟฟิศ = ปลอดภัย” “ต่อ VPN แล้ว = เชื่อใจได้” แนวคิดแบบนี้ไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบันอีกต่อไป เพราะการโจมตีส่วนใหญ่เริ่มจาก Identity ที่ถูกขโมย Network ไม่ใช่เส้นแบ่งความปลอดภัยอีกแล้ว ตัวตน (Identity) และบริบทการใช้งานต่างหากคือสิ่งที่ต้องตรวจสอบทุกครั้ง   ถึงเวลา “ลงคะแนน” ให้ Security ที่แท้จริง Cybersecurity ไม่ใช่เรื่องของ IT อย่า...
Chrome Extensions กลายเป็นภัยไซเบอร์เงียบ ที่องค์กรจำนวนมากมองข้าม
Chrome Extensions กลายเป็นภัยไซเบอร์เงียบ ที่องค์กรจำนวนมากมองข้าม หลายองค์กรให้ความสำคัญกับ Firewall, EDR, SIEM แต่กลับ มองข้าม “Browser Extensions” ที่พนักงานติดตั้งใช้งานทุกวัน ล่าสุดนักวิจัยพบ Chrome Extensions อันตราย ที่ปลอมตัวเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เบื้องหลังถูกออกแบบมาเพื่อ ขโมย Username / Password และ Session ของระบบ HR เป้าหมายหลักคือแพลตฟอร์มองค์กร เช่น • Workday • SAP SuccessFactors • NetSuite ซึ่งเป็นระบบที่ถือกุญแจสำคัญของทั้งองค์กร   โจมตีอย่างไร? Extension เหล่านี้สามารถ แสดงหน้า Login ปลอม ขโมยข้อมูลยืนยันตัวตน เข้าควบคุมบัญชีพนักงานหรือ Admin บล็อกหน้า Admin / Incident Response เลี่ยง MFA ในบางกรณีผ่าน Session Hijacking เพียงบัญชี HR หนึ่งบัญชีถูกยึดอาจนำไปสู่ Data Breach, Privilege Escalation และ Ransomware ได้ทันที   ทำไมเรื่องนี้อันตรายมาก? Extension = ทำงานอยู่ “ใน Browser” Browser = เครื่องมือทำงานหลักของพนักงาน HR System = ศูนย์รวมข้อมูลสำคัญที่สุดขององค์กร และที่น่ากลัวคือ ผู้ใช้มัก “เชื่อใจ” Extension มากกว่าที่ควร     สิ่งที่องค์กรควรทำ (ตอนนี้) ตรวจสอบ Chrome Extensions ที่ติดตั้งในอุปกรณ์องค์กร จำกัดสิทธิ์การติดตั้ง Extensions ใช้ Zero Trust & Least Privilege ตรวจสอบ Session / Login Anomaly ของระบบ HR สร้าง Awareness ว่า Browser คือ Attack Surface ใหม่   Key Takeaway Cyber Attack ไม่ได้เริ่มจาก Malware ใหญ่ ๆ เสมอไป บางครั้ง…มันเริ่มจาก Extension เล็ก ๆ ที่ใครก็เผลอกดติดตั้ง   #bigfish #CyberSecurity #IdentitySecurity #ZeroTrust #HRTech #DataBreach #BrowserSecurity #CyberAwareness #EnterpriseSecurity #DigitalRisk  
ความไว้วางใจคือช่องโหว่ใหม่: เหตุผลที่องค์กรต้องใช้ Zero Trust
ความไว้วางใจคือช่องโหว่ใหม่: เหตุผลที่องค์กรต้องใช้ Zero Trust Zero Trust ไม่ใช่ทางเลือกแต่คือ “สิ่งจำเป็น” ขององค์กรยุคดิจิทัล ในอดีต การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กร มักตั้งอยู่บนสมมติฐานง่าย ๆ ว่า “ถ้าอยู่ในเครือข่ายองค์กร ก็ถือว่าปลอดภัย” แต่โลกดิจิทัลในวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าสมมติฐานนั้นไม่จริงอีกต่อไป   โลกการทำงานเปลี่ยนไป แต่ Security ยังคิดแบบเดิมอยู่หรือไม่? Hybrid Work, Cloud, SaaS, Mobile Device และ Third Party Access ได้ทำลาย “ขอบเขตขององค์กร (Perimeter)” แบบเดิมไปโดยสิ้นเชิง พนักงานอาจ ทำงานจากบ้าน ใช้ Wi-Fi สาธารณะ Login จากอุปกรณ์หลายเครื่อง เข้าถึงระบบสำคัญผ่าน Cloud ขณะที่ Third Party หรือ Vendor อาจมีสิทธิ์เข้าถึงระบบภายในมากกว่าที่องค์กรคาดคิด คำถามคือ เรายังควร “เชื่อใจ” ใครเพียงเพราะเขาอยู่ใน Network เดียวกันอยู่หรือไม่?   Zero Trust คืออะไร? Zero Trust ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแต่คือ แนวคิด (Security Philosophy) หัวใจสำคัญคือ “Never Trust, Always Verify” อย่าเชื่อใจใครหรืออะไรโดยอัตโนมัติไม่ว่าเขาจะเป็น พนักงาน ผู้บริหาร ผู้ดูแลระบบ หรือ Third Party สิ่งที่ Zero Trust กำลังบอกองค์กรอย่างชัดเจน อยู่ในออฟฟิศ ≠ ปลอดภัย ใช้เครื่องของบริษัท ≠ เชื่อถือได้ Login สำเร็จ ≠ ได้รับความไว้วางใจ ในโลกของ Zero Trust “การพิสูจน์ตัวตนครั้งเดียวไม่เพียงพอ” เพราะการโจมตีในปัจจุบัน “ฉลาดกว่าเดิม” Threat Actor ไม่ได้พยายามพัง Firewall เสมอไป แต่เลือกใช้วิธีที่ง่ายกว่า เช่น ขโมย Username/Password ใช้บัญชีพนักงานที่ถูก Phishing Exploit สิทธิ์ที่มากเกินความจำเป็น เคลื่อนไหวภายในระบบ (Lateral Movement) โดยไม่มีใครสังเกต ถ้าระบบยัง “เชื่อใจ” คนที่ Login เข้ามาแล้วการโจมตีอาจเกิดขึ้น โดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ   Zero Trust ทำงานอย่างไร? Zero Trust จะเปลี่ยนคำถามจาก “คุณอยู่ที่ไหน?” เป็น &ldquo...
Burp Suite
Burp Suite โดย BigFish จัดจำหน่าย Burp Suite License ให้คำปรึกษาและ Implement Training สำหรับทีมเทคนิค Penetration Testing & Web Security Assessment   เราไม่ได้ขายแค่เครื่องมือแต่ขาย “ความมั่นใจด้านความปลอดภัย”     #bigfish #BurpSuite #WebSecurity #PenTest #Cybersecurity #ApplicationSecurity #DigitalRisk #CyberDefense #BurpSuiteThailand #WebPenetrationTesting #APIsecurity #CybersecuritySolutions
ปี 2026 ไม่ใช่แค่คนที่โจมตีระบบแต่คือ “AI ที่โจมตี AI”
ปี 2026 ไม่ใช่แค่คนที่โจมตีระบบแต่คือ “AI ที่โจมตี AI” มุมมองจาก BigFish ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล ความเสี่ยงทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็น Digital Risk ที่ส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความเชื่อมั่นของลูกค้า และชื่อเสียงขององค์กร ปี 2026 กำลังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Cybersecurity จากการป้องกันการโจมตีโดยมนุษย์สู่ยุคที่ AI กลายเป็นทั้งผู้โจมตีและผู้ป้องกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “องค์กรมีระบบความปลอดภัยหรือไม่” แต่คือ “องค์กรพร้อมรับมือกับ AI-driven Cyber Threats แค่ไหน?”   เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธของอาชญากรไซเบอร์ เราพบว่ารูปแบบภัยคุกคามในปัจจุบันมีความซับซ้อนและพัฒนาอย่างรวดเร็ว AI ถูกนำมาใช้เพื่อ: วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้และโครงสร้างองค์กร ค้นหาและโจมตีช่องโหว่แบบอัตโนมัติ ปรับรูปแบบการโจมตีให้หลบเลี่ยงระบบป้องกันแบบดั้งเดิม สิ่งเหล่านี้ทำให้เครื่องมือ Security ที่อาศัยกฎตายตัว (Rule-based / Signature-based) ไม่สามารถตอบโจทย์ภัยคุกคามยุคใหม่ได้อย่างเพียงพอ   AI-generated Phishing: ความเสี่ยงใหม่ระดับผู้บริหาร หนึ่งในภัยคุกคามที่เติบโตเร็วที่สุดคือ AI-generated Phishing ซึ่งมีความแม่นยำและแนบเนียนกว่าที่เคยเป็นมา การโจมตีในลักษณะ: CEO Fraud Business Email Compromise (BEC) ไม่ได้อาศัยการหลอกลวงแบบสุ่มแต่เป็นการโจมตีแบบเจาะจง โดยใช้ AI วิเคราะห์ภาษา บริบท และพฤติกรรมการทำงานจริงขององค์กร ผลลัพธ์คือ แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงก็อาจตกเป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว   Defensive AI: หัวใจของ Cybersecurity ยุคใหม่ BigFish เชื่อว่าการรับมือกับ AI-driven Attacks จำเป็นต้องใช้ AI ฝั่งป้องกัน (Defensive AI) แนวคิดของ Cybersecurity ในยุค 2026 ต้องเปลี่ยนจาก “พยายามป้องกันทุกความเสี่ยง” ไปสู่ “ตรวจจับความผิดปกติและตอบสนองให้เร็วกว่า AI Attacker” Defensive AI ช่วยให้องค์กร: เข้าใจพฤติกรรมปกติของผู้ใช้และระบบ ตรวจจับความผิดปกติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ลดเวลาการ...