Firewall คืออะไร มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร รู้ก่อนติดตั้ง | BigFish
Firewall

Firewall คืออะไร? หลักการทำงานและวิธีเลือกใช้สำหรับองค์กร

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศนำมาซึ่งความสะดวกสบายในการติดต่อธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็เปิดช่องทางให้อาชญากรไซเบอร์เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้นเช่นกัน การเชื่อมต่อโครงสร้างข่ายงานเข้ากับอินเทอร์เน็ตโดยปราศจากระบบคัดกรอง เปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ตลอดเวลา BigFish จะพาไปทำความเข้าใจว่า Firewall คืออะไร ทำไมระบบนี้จึงกลายเป็นด่านหน้าสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย


ไฟร์วอลล์ (Firewall) คืออะไร

ไฟร์วอลล์ (Firewall) คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ควบคุมการรับและส่งข้อมูลในเครือข่ายโดยอิงตามกฎความปลอดภัยที่กำหนดล่วงหน้า โซลูชันไฟร์วอลล์คือชุดเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการใช้งานและจัดการไฟร์วอลล์

ไฟร์วอลล์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายและใช้ในการป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก เช่น ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย แฮกเกอร์ และการเข้าถึงเครือข่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต วิธีการทำงานของไฟร์วอลล์คือการตรวจสอบการรับและส่งข้อมูลและบล็อกหรืออนุญาตให้ข้อมูลไหลผ่านตามกฎที่กำหนด กฎเหล่านี้สามารถพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น แหล่งที่มาหรือปลายทางของข้อมูล ประเภทของข้อมูล หรือหมายเลขพอร์ตที่ใช้

มีโซลูชันไฟร์วอลล์หลายประเภทที่มีให้เลือกใช้งาน รวมถึงไฟร์วอลล์แบบฮาร์ดแวร์ ไฟร์วอลล์แบบซอฟต์แวร์ และไฟร์วอลล์แบบคลาวด์ การเลือกโซลูชันที่เหมาะสมสำหรับองค์กรจะขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะของเครือข่ายและระบบขององค์กร


หลักการทำงานของ Firewall

หลักการทำงานพื้นฐานสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • การรับข้อมูล (Packet Ingress): ระบบจะรับแพ็กเก็ตข้อมูลทุกชิ้นที่พยายามเดินทางเข้าและออกจากข่ายงาน
  • การตรวจสอบข้อมูล (Inspection): ตรวจสอบรายละเอียดของข้อมูลเบื้องต้น เช่น หมายเลข IP ต้นทางและปลายทาง พอร์ตที่ใช้งาน และโปรโตคอลการเชื่อมต่อ
  • การเปรียบเทียบกฎ (Rule Matching): นำข้อมูลที่ตรวจสอบได้มาเทียบเคียงกับนโยบาย (Policy) หรือกฎระเบียบที่ผู้ดูแลระบบได้ตั้งค่าเอาไว้ล่วงหน้า
  • การตัดสินใจ (Decision & Action): หากข้อมูลสอดคล้องกับกฎที่ปลอดภัย ระบบจะอนุญาตให้ผ่านได้ (Allow) แต่หากพบความน่าสงสัยหรือไม่ตรงตามเงื่อนไข จะทำการบล็อกและปฏิเสธการเชื่อมต่อ (Deny) พร้อมกับบันทึกประวัติ (Log) เอาไว้เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง


Firewall มีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กร

การดำเนินงานของธุรกิจปัจจุบันต้องพึ่งพาข้อมูลดิจิทัลเป็นหลัก การลงทุนติดตั้งระบบควบคุมข่ายงานจึงมอบผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในหลากหลายด้านดังต่อไปนี้

ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์และมัลแวร์

การเปิดให้คอมพิวเตอร์ภายในสื่อสารกับโลกภายนอกโดยตรงเป็นการเพิ่มโอกาสให้มัลแวร์หรือไวรัสคอมพิวเตอร์เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หลัก การมีระบบคัดกรองด่านแรกจะช่วยสกัดกั้นทราฟฟิกที่ผิดปกติ บล็อกคำขอจากผู้ไม่หวังดี และช่วยให้พนักงานสามารถทำงานผ่านข่ายงานได้อย่างไร้กังวล ลดปัญหาข้อมูลสำคัญรั่วไหลและธุรกิจหยุดชะงัก

ควบคุมและเฝ้าระวังการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบริษัท

นอกจากการป้องกันภัยจากภายนอกแล้ว ผู้ดูแลระบบยังสามารถกำหนดนโยบายเพื่อจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม หรือแอปพลิเคชันที่กินแบนด์วิดท์จำนวนมากได้ การควบคุมทิศทางการไหลของข้อมูลขาออกนี้ช่วยป้องกันไม่ให้พนักงานเผลอส่งต่อข้อมูลลับ และยังช่วยให้การทำงานของระบบอินเทอร์เน็ตโดยรวมมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

สร้างความน่าเชื่อถือและตอบสนองต่อข้อกำหนดมาตรฐานสากล

เมื่อบริษัทสามารถแสดงให้เห็นถึงมาตรการรักษาความลับที่เข้มงวด ย่อมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้น การเก็บบันทึกประวัติการเชื่อมต่อยังเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้การทำรายงานเพื่อการตรวจสอบ (Audit) เป็นไปอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือมาตรฐาน ISO ต่าง ๆ


ความแตกต่างระหว่าง Firewall กับ Antivirus

Firewall มีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย โดยกำหนดกฎการเข้าถึง (Access Control) เพื่อป้องกันการเชื่อมต่อที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงลดความเสี่ยงจากการโจมตีจากภายนอกตั้งแต่ระดับเครือข่าย

ในขณะที่ Antivirus มุ่งเน้นการตรวจจับ วิเคราะห์ และกำจัดมัลแวร์ ไวรัส แรนซัมแวร์ หรือซอฟต์แวร์อันตรายที่อาจแฝงตัวอยู่ภายในอุปกรณ์หรือไฟล์ข้อมูล โดยทำงานในระดับ Endpoint เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบและข้อมูลสำคัญ

ดังนั้น Firewall และ Antivirus จึงเป็นกลไกด้านความปลอดภัยที่ทำงานเสริมกัน การใช้งานทั้งสองระบบร่วมกันจะช่วยสร้างแนวป้องกันหลายชั้น (Layered Security) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบ IT ในองค์กร


ประเภทของ Firewall มีอะไรบ้าง

Firewall มีหลายรูปแบบและถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจจุดเด่นของแต่ละประเภทจะช่วยให้องค์กรเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับโครงสร้างระบบและระดับความเสี่ยงที่ต้องการป้องกัน

Packet Filtering Firewall

Packet Filtering Firewall เป็นรูปแบบพื้นฐานที่ทำงานโดยตรวจสอบข้อมูลแต่ละแพ็กเก็ตตามกฎที่กำหนดไว้ เช่น IP Address ต้นทาง ปลายทาง หมายเลข Port และโปรโตคอลที่ใช้งาน หากข้อมูลตรงตามเงื่อนไขที่อนุญาต ระบบจะปล่อยให้ผ่านได้ทันที

ข้อดีคือทำงานรวดเร็ว ใช้ทรัพยากรน้อย และเหมาะสำหรับการควบคุมการรับส่งข้อมูลเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม Firewall ประเภทนี้ไม่สามารถวิเคราะห์บริบทหรือพฤติกรรมของการเชื่อมต่อได้อย่างละเอียด จึงอาจไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่

Stateful Inspection Firewall

Stateful Inspection Firewall พัฒนาต่อยอดจาก Packet Filtering โดยสามารถติดตามสถานะของการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ได้ ทำให้แยกแยะได้ว่าข้อมูลที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อที่ไม่พึงประสงค์ และเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมทราฟฟิกเครือข่าย จึงกลายเป็นมาตรฐานที่องค์กรจำนวนมากนำมาใช้งาน

Proxy Firewall

Proxy Firewall ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานภายในองค์กรกับระบบภายนอก แทนที่จะเชื่อมต่อโดยตรง ทุกคำขอจะถูกส่งผ่าน Proxy ก่อนเข้าสู่ปลายทาง รูปแบบนี้ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างเครือข่ายภายใน และสามารถตรวจสอบเนื้อหาของข้อมูลได้ละเอียดมากขึ้น เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกในระดับแอปพลิเคชัน

Next-Generation Firewall (NGFW)

Next-Generation Firewall หรือ NGFW เป็น Firewall ที่รวมความสามารถด้านความปลอดภัยหลายส่วนไว้ในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับและป้องกันการบุกรุก (IPS) การวิเคราะห์ทราฟฟิกระดับแอปพลิเคชัน การกรองเว็บไซต์ และการตรวจจับมัลแวร์ จุดเด่นคือสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของข้อมูลได้ละเอียดกว่าการตรวจสอบจาก IP Address หรือ Port เพียงอย่างเดียว ทำให้องค์กรสามารถรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Web Application Firewall (WAF)

Web Application Firewall หรือ WAF เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องเว็บไซต์และเว็บแอปพลิเคชันโดยเฉพาะ โดยทำหน้าที่ตรวจสอบคำขอที่ส่งผ่านโปรโตคอล HTTP และ HTTPS

WAF สามารถช่วยป้องกันการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังเว็บไซต์ เช่น SQL Injection, Cross-Site Scripting (XSS) และการโจมตีที่อาศัยช่องโหว่ของเว็บแอปพลิเคชัน จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับธุรกิจที่มีระบบออนไลน์หรือให้บริการผ่านเว็บไซต์

Cloud Firewall

Cloud Firewall หรือ Firewall-as-a-Service (FWaaS) เป็นบริการ Firewall ที่ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ภายในองค์กร ข้อได้เปรียบคือสามารถบริหารจัดการจากส่วนกลาง รองรับการขยายระบบได้ง่าย และเหมาะกับองค์กรที่มีสาขาหลายแห่งหรือมีพนักงานทำงานจากหลากหลายสถานที่ ช่วยให้การกำหนดนโยบายความปลอดภัยเป็นไปในมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร


ความแตกต่างระหว่าง Hardware Firewall กับ Software Firewall

นอกจากประเภทของ Firewall แล้ว รูปแบบการติดตั้งก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและการบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัย

Hardware Firewall

Hardware Firewall เป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ติดตั้งอยู่ระหว่างเครือข่ายภายในองค์กรกับอินเทอร์เน็ต ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมการรับส่งข้อมูลของอุปกรณ์ทั้งหมดภายในระบบ

ข้อดีคือรองรับปริมาณทราฟฟิกจำนวนมากได้อย่างเสถียร มีความสามารถในการจัดการส่วนกลาง และไม่ใช้ทรัพยากรของเครื่องผู้ใช้งาน จึงเหมาะกับองค์กรที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากหรือมีระบบงานสำคัญที่ต้องการความต่อเนื่องในการให้บริการ

Software Firewall

Software Firewall เป็นโปรแกรมที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์โดยตรง ทำหน้าที่ควบคุมการรับส่งข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละเครื่อง

จุดเด่นคือสามารถติดตั้งและบริหารจัดการได้ง่าย เหมาะสำหรับการป้องกันในระดับอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint Protection) อย่างไรก็ตาม การทำงานของระบบจะใช้ทรัพยากรของเครื่องที่ติดตั้ง และต้องดูแลการตั้งค่าในแต่ละอุปกรณ์อย่างเหมาะสม


วิธีเลือก Firewall ให้เหมาะกับองค์กร

การเลือก Firewall ที่เหมาะสมไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคา แต่ควรมองภาพรวมของโครงสร้างพื้นฐาน ความเสี่ยง และแผนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

  1. ประเมินขนาดของเครือข่ายและปริมาณทราฟฟิก องค์กรที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากหรือมีการรับส่งข้อมูลปริมาณสูง ควรเลือกโซลูชันที่รองรับ Throughput ได้เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาคอขวดของระบบเครือข่าย
  2. พิจารณารูปแบบการทำงานขององค์กร หากมีพนักงานทำงานจากภายนอกสำนักงานหรือใช้งานระบบคลาวด์เป็นหลัก ควรเลือก Firewall ที่รองรับ VPN, Secure Remote Access หรือ Cloud Security ได้อย่างครบถ้วน
  3. เลือกฟีเจอร์ความปลอดภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยง องค์กรแต่ละแห่งมีความต้องการแตกต่างกัน บางธุรกิจอาจต้องการเพียงการควบคุมทราฟฟิกพื้นฐาน ขณะที่บางองค์กรจำเป็นต้องมี IPS, Application Control, Web Filtering หรือระบบตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงร่วมด้วย


ยกระดับความปลอดภัยเครือข่ายด้วยโซลูชัน Firewall จาก BigFish

Firewall คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบ Cybersecurity ที่ช่วยควบคุมและป้องกันการเข้าถึงเครือข่ายจากผู้ไม่หวังดี แต่การเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสม รวมถึงการกำหนดนโยบายการใช้งานอย่างถูกต้อง เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความชำนาญ การวางใจให้ทีมงานที่มีประสบการณ์ช่วยดูแลจึงเป็นทางออกที่ช่วยลดภาระขององค์กร

BigFish คือผู้ให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และบริหารจัดการความเสี่ยงทางดิจิทัล (Cybersecurity Solution Provider / Digital Risk Management) แบบครบวงจร เรามีทีมวิศวกรที่พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ วางระบบ และดูแลโครงสร้าง Network Security ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Firewall หรือระบบป้องกันภัยคุกคามขั้นสูง ทีมงานของเราจะเข้าไปวิเคราะห์ความต้องการเชิงลึก เพื่อคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการปกป้องเครือข่ายของคุณให้ปลอดภัยสูงสุด มั่นใจได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทจะได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน และพร้อมรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Firewall มีหน้าที่อะไร

Firewall เป็นระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมการรับส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายภายในกับภายนอก โดยอ้างอิงจากนโยบายหรือกฎที่กำหนดไว้ ช่วยป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลและระบบขององค์กร


องค์กรที่มีโปรแกรม Antivirus อยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องติดตั้งระบบ Firewall หรือไม่

ยังจำเป็น เนื่องจาก Firewall และ Antivirus มีบทบาทแตกต่างกัน โดย Firewall ช่วยควบคุมและกรองการเชื่อมต่อที่เข้าสู่เครือข่าย ขณะที่ Antivirus ทำหน้าที่ตรวจจับและกำจัดมัลแวร์ภายในอุปกรณ์ การใช้งานทั้งสองระบบร่วมกันจะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น


Firewall สามารถป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ทั้งหมดหรือไม่

ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แม้ Firewall จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีผ่านเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังควรใช้งานร่วมกับมาตรการด้าน Cyber Security อื่น ๆ เช่น Endpoint Protection, Intrusion Prevention System (IPS), การบริหารสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล และการอบรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับพนักงาน เพื่อสร้างการป้องกันที่รอบด้านมากขึ้น

เมื่อโลกออนไลน์เต็มไปด้วยความเสี่ยง การมีระบบคัดกรองที่เข้มงวดช่วยสกัดกั้นแฮกเกอร์ ปกป้องข้อมูลสำคัญไม่ให้ตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี และช่วยประคับประคองให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

ให้ทีมงาน BigFish เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยโครงสร้างเครือข่ายของคุณ ด้วยบริการติดตั้งและให้คำปรึกษาแบบครบวงจรจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เราพร้อมดูแลตั้งแต่การออกแบบระบบไปจนถึงการสนับสนุนทางเทคนิคหลังการขาย เพื่อความอุ่นใจของธุรกิจคุณ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Partner :