Multi-Channel Phishing: Email Is Just the Beginning เมื่อการโจมตีแบบฟิชชิงไม่ได้มีแค่อีเมลอีกต่อไป
Phishing ในปี 2026 เปลี่ยนไปแล้ว
หลายองค์กรยังคงมองว่า Phishing คืออีเมลปลอมที่หลอกให้คลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตราย แต่ความจริงแล้ว รูปแบบการโจมตีในปัจจุบันได้พัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก
ปัจจุบันแฮกเกอร์ไม่ได้โจมตีผ่านอีเมลเพียงช่องทางเดียว แต่เลือกใช้หลายช่องทางพร้อมกัน (Multi-Channel Phishing) ไม่ว่าจะเป็น SMS, โทรศัพท์, Microsoft Teams, Slack, WhatsApp, QR Code หรือแม้แต่ Social Media เพื่อเพิ่มโอกาสในการหลอกลวงและหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิม
เมื่อผู้ใช้งานสื่อสารผ่านหลายแพลตฟอร์มในแต่ละวัน ผู้โจมตีก็เลือกใช้ช่องทางเดียวกันเพื่อเข้าถึงเหยื่อ ทำให้การโจมตีมีความสมจริง น่าเชื่อถือ และตรวจจับได้ยากกว่าที่เคย
Multi-Channel Phishing คืออะไร
Multi-Channel Phishing คือการโจมตีที่ใช้ หลายช่องทางการสื่อสารร่วมกัน เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น
ผู้โจมตีมักเริ่มจากช่องทางหนึ่ง แล้วเปลี่ยนไปยังอีกช่องทางหนึ่งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ตัวอย่างเช่น ส่งอีเมลแจ้งเตือนให้รีเซ็ตรหัสผ่าน จากนั้นโทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นฝ่าย IT เพื่อเร่งให้ดำเนินการทันที หรือส่ง SMS พร้อมลิงก์ปลอมตามมาเพื่อยืนยันตัวตน
การโจมตีลักษณะนี้ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าเป็นกระบวนการปกติขององค์กร จึงลดความระมัดระวังลง
ช่องทางที่แฮกเกอร์นิยมใช้ในปัจจุบัน
อีเมลยังคงเป็นช่องทางหลักในการโจมตี ไม่ว่าจะเป็น
ผู้โจมตีมักปลอมชื่อบริษัท คู่ค้า หรือผู้บริหาร เพื่อหลอกให้พนักงานเชื่อถือ
SMS ปลอมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใช้งานมักเชื่อว่าข้อความที่ส่งมายังโทรศัพท์เป็นข้อความจริง เช่น
เมื่อกดลิงก์ ผู้ใช้จะถูกพาไปยังเว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลบัญชีหรือข้อมูลทางการเงิน
การหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ยังคงเป็นวิธีที่ได้ผล โดยเฉพาะเมื่อใช้ AI Voice หรือ Caller ID Spoofing เพื่อปลอมเสียงหรือหมายเลขโทรศัพท์
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่
องค์กรจำนวนมากใช้แพลตฟอร์มสื่อสารภายใน เช่น
แฮกเกอร์สามารถสร้างบัญชีปลอมที่คล้ายกับพนักงานหรือผู้บริหาร ส่งข้อความด่วน พร้อมแนบลิงก์หรือไฟล์อันตราย ทำให้ผู้รับเข้าใจผิดว่าเป็นการติดต่อภายในองค์กร
LinkedIn, Facebook, Instagram และ X กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของผู้โจมตี
ตัวอย่างเช่น
ผู้โจมตีมักศึกษาข้อมูลจากโปรไฟล์ก่อนเริ่มโจมตี ทำให้ข้อความมีความเฉพาะเจาะจงและน่าเชื่อถือมากขึ้น
การใช้ QR Code ปลอมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้งานมักสแกนโดยไม่ตรวจสอบปลายทาง
QR Code อาจถูกส่งผ่าน
เมื่อสแกนแล้ว ผู้ใช้จะถูกนำไปยังเว็บไซต์ปลอมเพื่อเข้าสู่ระบบหรือดาวน์โหลดมัลแวร์
ทำไม Multi-Channel Phishing จึงอันตรายกว่าเดิม
การใช้หลายช่องทางพร้อมกันช่วยให้ผู้โจมตีสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น หากเหยื่อได้รับทั้งอีเมล ข้อความ SMS และโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน ก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ การโจมตีบางช่องทาง เช่น SMS หรือแอปแชต ยังสามารถหลีกเลี่ยงระบบ Email Security Gateway ได้โดยตรง ทำให้องค์กรที่พึ่งพาการป้องกันอีเมลเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
อีกปัจจัยสำคัญคือการใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียและข้อมูลที่รั่วไหลบนอินเทอร์เน็ตมาประกอบการโจมตี ส่งผลให้ข้อความมีความเป็นส่วนตัวและตรงกับบริบทของเหยื่อมากขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการหลงเชื่อ
วิธีป้องกัน Multi-Channel Phishing
การรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้จำเป็นต้องใช้ทั้งเทคโนโลยีและการสร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากร โดยองค์กรควรดำเนินการดังนี้
บทบาทของ BigFish ในการป้องกัน Multi-Channel Phishing
ภัยคุกคามในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่อีเมลอีกต่อไป องค์กรจึงต้องมีระบบป้องกันที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งาน อุปกรณ์ และข้อมูล
BigFish ให้บริการด้าน Cybersecurity แบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การติดตั้งระบบป้องกันอีเมลและอุปกรณ์ปลายทาง การเฝ้าระวังภัยคุกคามผ่าน Cybersecurity-as-a-Service (CSaaS) ไปจนถึงการจัดอบรม Cybersecurity Awareness และ Phishing Simulation เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับการโจมตีแบบ Multi-Channel ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของผู้ใช้งาน และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในระยะยาว
Phishing ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่อีเมลอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปยัง SMS แอปพลิเคชันแชต โทรศัพท์ QR Code และโซเชียลมีเดีย ทำให้การโจมตีมีความซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น
การป้องกันจึงไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการผสานระหว่างระบบรักษาความปลอดภัย การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรทุกระดับในองค์กร
เมื่อทุกช่องทางสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตีได้ การเตรียมความพร้อมและมีมาตรการป้องกันที่ครอบคลุม คือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงและปกป้องธุรกิจจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคดิจิทัล