BIGFISH ENTERPRISE LIMITED
26 January 2026

Ransomware ที่องค์กรต้องระวังในปี 2026

เมื่อการเรียกค่าไถ่ไม่ใช่แค่ “ล็อกไฟล์” แต่คือการทำลายความเชื่อมั่นของทั้งองค์กร

 

Ransomware ในปี 2026 เปลี่ยนไปอย่างไร

หากองค์กรยังมองว่า Ransomware คือ “ไวรัสเข้ารหัสไฟล์แล้วเรียกค่าไถ่” นั่นคือความเข้าใจที่ล้าสมัยอย่างอันตราย ในปี 2026 Ransomware ได้พัฒนาเป็นการโจมตีเชิงกลยุทธ์ (Strategic Cybercrime) ที่มุ่งโจมตี ข้อมูล, ตัวตน (Identity), ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และชื่อเสียงองค์กร พร้อมกัน องค์กรไม่ได้ถูกถามแค่ว่า “จะจ่ายหรือไม่จ่าย” แต่ถูกบีบให้ตอบว่า
“จะยอมเสียอะไรบ้าง ถ้าไม่จ่าย”

 

กลุ่ม Ransomware ที่ต้องจับตาในปี 2026

  1. LockBit (เวอร์ชันใหม่ & เครือข่ายใต้ดิน)

แม้ LockBit จะถูกปราบปรามหลายครั้ง แต่ในปี 2026 ยังคงพบ “ร่างแยก” และ Fork ใหม่จำนวนมาก

ความอันตราย

  • โจมตีได้ทั้ง Windows, Linux, VMware
  • เคลื่อนที่ในระบบเร็ว (Lateral Movement)
  • ลบ Backup และ Snapshot ก่อนเข้ารหัส
  • ใช้โมเดล Ransomware-as-a-Service (RaaS)


จุดเสี่ยงหลัก: ระบบ Virtualization, Backup Server, Domain Admin

 

  1. Akira – Ransomware สำหรับองค์กรโดยเฉพาะ

Akira เป็นกลุ่ม RaaS ที่เน้นโจมตีองค์กรขนาดกลาง–ใหญ่

จุดเด่นของการโจมตี

  • เข้าโจมตีผ่าน VPN, MFA ที่ตั้งค่าผิด
  • ใช้ข้อมูลที่ขโมยมาเป็นอาวุธต่อรอง
  • เน้นโจมตีระบบ Production มากกว่าผู้ใช้ทั่วไป


จุดเสี่ยงหลัก: VPN, Identity, Privileged Account

 

  1. Mobile & Endpoint Ransomware

ปี 2026 ไม่ได้โจมตีแค่ Server แต่ขยายไปที่ Mobile Device และ Endpoint

  • ล็อกอุปกรณ์พนักงาน
  • ใช้เป็นจุดเริ่มต้น (Initial Access)
  • ขโมย Token / Session / Credential


ความจริงที่องค์กรไม่อยากยอมรับ: มือถือพนักงาน = ส่วนหนึ่งของ Attack Surface

 

เทรนด์ Ransomware ที่อันตรายที่สุดในปี 2026

  1. Multi-Stage / Triple Extortion

Ransomware สมัยใหม่จะ:

  1. ขโมยข้อมูล
  2. เข้ารหัสระบบ
  3. ข่มขู่เปิดเผยข้อมูล / โจมตี DDoS / กดดันคู่ค้า

ไม่จ่าย = เสี่ยง Data Leak + Business Disruption

 

  1. AI-Driven Ransomware

AI ถูกนำมาใช้เพื่อ:

  • เลือกเหยื่อที่ “จ่ายได้”
  • วิเคราะห์โครงสร้างองค์กร
  • สร้าง Phishing ที่เหมือนจริงมาก
  • หลบเลี่ยงการตรวจจับของ Security Tool

 

  1. Identity คือเป้าหมายหลักในปี 2026

Identity คือประตูสู่ Ransomware

  • MFA ถูก Bypass
  • Session ถูกขโมย
  • Admin Account ถูกยึด


เมื่อ Identity ถูกยึด Firewall, Antivirus, EDR แทบไม่มีความหมาย

 

  1. Supply Chain & Partner Risk

องค์กรจำนวนมากไม่ได้ถูกโจมตีตรง ๆ แต่ถูกโจมตีผ่าน:

  • Vendor
  • MSP
  • Partner
  • ระบบ Third-Party


ระบบคุณปลอดภัย ≠ ซัพพลายเชนปลอดภัย

 

สิ่งที่ Ransomware “กำลังสอน” องค์กรในปี 2026

ความเชื่อเดิม

    ความจริงในปี 2026

มี Firewall ก็พอ

    Identity ถูกยึด = พังทั้งระบบ

Backup คือคำตอบ

    Backup ก็ถูกเข้ารหัสได้

Audit ปีละครั้ง

    คนร้ายโจมตีทุกวัน

Tool เยอะ = ปลอดภัย

    Awareness ต่ำ = เสี่ยงสูง

 

แนวคิดป้องกัน Ransomware ที่องค์กรต้องมี

  • Zero Trust (Never Trust, Always Verify)
  • Identity Security & Privileged Access Management
  • Backup ที่แยกจริง (Immutable / Offline)
  • Incident Response Plan ที่ซ้อมจริง
  • Cyber Awareness สำหรับ “ทุกคน” ไม่ใช่แค่ IT

 

บทสรุป

Ransomware ในปี 2026 ไม่ใช่ปัญหา IT แต่คือปัญหาของ “ทั้งองค์กร” องค์กรที่ยังคิดว่า “เราไม่ใช่เป้า”
มักเป็นองค์กรแรกที่โดนโจมตีสิ่งที่องค์กรควรถามไม่ใช่ “จะโดนหรือไม่” แต่คือ “พร้อมแค่ไหน… เมื่อวันนั้นมาถึง”

 

#bigfish #cybersecurity #Ransomware2026 #CyberRisk #IdentitySecurity #ZeroTrust #BusinessContinuity #CyberRiskManagement #IdentityIsTheNewPerimeter #ZeroTrustSecurity #CyberResilience